ล้วหรือ?”
“แต่ว่า… ท่านแม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ หากเราไม่ส่งนางไปโรงหมอแล้วเกิดเรื่องขึ้นจะทำอย่างไร?”
“เรื่องนี้…” อีกฝ่ายชะงักคำพูดเพราะจนปัญญาเช่นกัน
หากส่งแม่สามีไปโรงหมอ พวกนางอาจถูกจับได้ ทว่าหากไม่ทำเช่นนั้นแม่สามีจะตกอยู่ในอันตราย นี่เป็นทางเลือกที่น่าลำบากใจนัก
“เราจะทำอย่างไรดี ๆ?” สะใภ้รองเฉินถามย้ำ
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร” สะใภ้ใหญ่เฉินยักไหล่คล้ายไม่ต้องการจะสนใจอีกต่อไป “เจ้า… เจ้าอยากทำสิ่งใดก็ทำเสีย ข้าตามใจเจ้า”
“ท่าน!…” สะใภ้รองเฉินถึงกับตะลึงพรึงเพริด
เรื่องคอขาดบาดตายปานนี้ พี่สะใภ้ยังทำเมินเฉยได้อีกหรือ?
นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน ไม่ว่าจะเลือกทางไหน สุดท้ายหากเกิดเรื่องเดือดร้อนขึ้นมา ความผิดจะไม่ตกมาอยู่ที่นางหรอกหรือ?
นางไม่ยอมเป็นคนตัดสินใจเช่นกัน จึงทำได้เพียงพึ่งพาเฉินจ้าวซื่อ
“โถ่เอ๊ย! พวกเจ้าตัดสินใจกันเองเถิด ท่านอาของเจ้าก็ยังไม่ได้สติ ข้าต้องพาเขาขึ้นไปดูอาการ…” เฉินจ้าวซื่อเห็นพวกนางไม่ยอมทำสิ่งใดเสียที ไฉนเลยจะยอมไปยุ่งเกี่ยวด้วย จึงรีบออกจากห้องใต้ดินไปเรียกคนมาพยุงสามีออกไป
เฉินเสิ่นไปหาหมอไม่ได้ อาเฉินก็ยังหมดสติ แต่ยังเรียกหมอมาที่บ้านได้
เย่อวี๋หรานคงคิดไม่ถึงว่า ไม่นานหลังจากที่ออกเดินทางมาโรงหมอ นางจะต้องไปหาคนตระกูลเฉินอีก
หากรู้แบบนั้นแล้ว นางคงจะระวังตัวมากขึ้น
ทั้งยังนึกไม่ถึงว่าจะบังเอิญพบเพื่อนเก่าในเมืองผู่โซ่ว นั่นก็คือท่านหมอไป๋หลี่น้อยนั่นเ