าจากไหน คงกำลังคิดหาวิธีเล่นงานพวกเขาอยู่แน่ๆ”
ผู้นำตระกูลน่าหลันเอ่ยเสียงแช่มช้า ชำเลืองมองลูกชายคนโต ยกถ้วยชาขึ้นจิบหนึ่งคำ ก่อนอธิบายเสริมว่า “ในเมืองร้อยนทีมีตระกูลใหญ่และกลุ่มอำนาจต่างๆ อยู่มากมาย แม้จะไม่ได้ปรองดองกัน แต่เมื่อมีกลุ่มอำนาจจากต่างถิ่นเข้ามา พวกเขากลับสามัคคีกันร่วมต่อต้านทันที ในสถานที่อย่างนี้ คงมีแต่คนที่มีความสามารถจริงๆ และกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งจริงๆ จึงจะสามารถยืนอย่างมั่นคง และเป็นที่ยอมรับของกลุ่มอำนาจในเมืองนี้ได้ ไม่เช่นนั้น ปัญหาวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น”
น่าหลันจื่อเยี่ยนได้ยินอย่างนั้น ก็ถามว่า “ท่านพ่อ อย่างนั้นท่านว่าหอยาสวรรค์จะมีความสามารถยืนอย่างมั่นคงที่นี่ได้หรือไม่?”
ได้ยินอย่างนั้น ผู้นำตระกูลน่าหลันถลึงตาใส่ลูกชายคนเล็ก กระแอมเบาๆ หันไปมองลูกชายคนโตที่เงียบมาตลอด เริ่มรู้สึกหงุดหงิดใจ “โม่เฉิน เจ้าไม่มีอะไรจะพูดเลยหรือ?”
“พูดอะไรหรือ?” โม่เฉินเงยหน้ามองเขา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ท่านพ่อกำลังคุยกับจื่อเยี่ยนอยู่ไม่ใช่หรือ? ยังต้องให้ข้าพูดอะไรอีก?”
“ภูตหมอเฟิ่งจิ่วคนนั้นเป็นสหายของเจ้าไม่ใช่รึ? นางบอกว่าไม่ต้องช่วย พวกเราตระกูลน่าหลันก็ไม่ต้องช่วยจร