ะไม่มา พวกเจ้าก็ทำเรื่องดีๆ ที่ว่าไม่สำเร็จหรอก”
ได้ยินอย่างนั้น ทั้งสองยักคิ้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้เอ่ยปาก กลับเป็นเฟิ่งจิ่วที่ถามขึ้น “หมายความว่าอย่างไร?”
“ยังไม่ถึงเวลา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองเธอที่กำลังสงสัย ยิ้มอธิบายว่า “เจ้าเป็นเฟิ่งซิงไม่ผิด ส่วนเซวียนหยวนโม่เจ๋อก็เป็นจักรพรรดิไม่ผิดเหมือนกัน แต่หากอยากรวมเป็นหนึ่งเดียวกลับไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น”
“เพราะอะไร? เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นอะไรกระมัง? ต่างกันด้วยหรือ?” เธอไม่เข้าใจ ลึกๆ ข้างในก็ครุ่นคิดไปด้วย
แม้แต่เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ขมวดคิ้วด้วย ในสมองกลับคิดว่าทุกครั้งที่เขากับเธอกำลังจะทำเรื่องดีๆ กัน มักจะถูกขัดจังหวะเสมอ ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่เรื่องแต่งงานก็ประวิงมาเรื่อยๆ เหมือนมีอุปสรรคบางอย่างคอยกีดขวางอยู่
“ลิขิตสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย”
เขายิ้มๆ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงมองทั้งสองแวบหนึ่ง ก่อนทอดถอนใจ “ในเมื่อข้าไม่เป็นที่ต้อนรับ เช่นนั้นข้ากลับก่อนล่ะ เมื่อถึงเวลาแล้วเจ้าเลี้ยงสุราข้าด้วยเล่า”
สิ้นเสียง เขาก็ลุกขึ้นยืนบนกำแพง สะบัดชายเสื้อคลุม ขณะหันหลังก้าวเท้าออกไป กระบี่บินเล่มหนึ่งก็ปรากฏใต้เท้าของเขา พาเขามุ่ง