มายจนไม่ได้สติ” เล่ามาถึงตรงนี้ เสียงของเขาเบาลงเรื่อยๆ
ครั้นนึกได้ว่าพี่ใหญ่ของเขาอาจถูกคนมอมเหล้าแล้วเอาตัวไปส่งที่หอนางโลม เขาก็รู้สึกเลื่อมใสคนผู้นั้นจนอยากจะหมอบกราบให้ มนุษย์ดุจเซียนผู้สูงส่งที่ไม่เคยแปดเปื้อนกิเลสใดในโลกมนุษย์อย่างพี่ใหญ่ของเขา กลับมีวันที่หลงกลคนอื่นด้วย ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
ผู้นำตระกูลน่าหลังอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นและแปลกใจอย่างไม่รู้ตัว “ใครกันเก่งขนาดนี้? กลับมอมเหล้าเขาจนเมามายได้เช่นนี้? แล้วยังเอาตัวไปส่งหอนางโลมอีก? แล้ว แล้วเขาได้ถูก…อะแฮ่ม!”
เขากำหมัดขึ้นปิดปากกระแอมเบาๆ ไม่พูดประโยคที่เหลือต่ออีก
น่าหลันจื่อเยี่ยนยิ้ม “ได้ยินว่าแค่ถูกลูบคลำตามตัว เพราะคนผู้นั้นกำชับไว้เป็นพิเศษ แต่พอถอดเสื้อผ้าออกได้แค่ครึ่งเดียว พี่ใหญ่ก็ฟื้นแล้ว”
“อะแฮ่มๆ!”
ผู้นำตระกูลน่าหลันกลั้นยิ้มไม่อยู่ เขาพยายามทำหน้าตาขึงขัง “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ยังนึกว่าสองสามวันนี้เขาเป็นอะไรไปเสียอีก ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้ เอาล่ะ กำชับลงไป อย่าให้ใครไปรบกวนเขา ให้เขาสงบจิตสงบใจเงียบๆ คนเดียวไปก่อน”
“ขอรับ” น่าหลันจื่อเยี่ยนยิ้มๆ คารวะหนึ่งครั้งแล้วถอยออกไป
ขณะเดียวกันในอีกด้าน เพราะคนจากสองตระกูลนั้นกำลังตามหาเด็กหนุ่มรูปงามไปทั่วเมือง ครั้นข่าวแพร่ออกไป ไม่เพียงเซวียนหยวนโม่เจ๋อรู้ แม้แต่พวกเหลิ่งหวากับตู้ฝานเองก็รู้แล้วเช่นกัน หลังจากที่รู้ข่าว พวกเขาก็ออกมาต