นี้กินเวลาไปถึงหนึ่งคืนเต็มๆ เปลวไฟแผดเผาหอรวมสมบัติทั้งหลังจนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
ณ เรือนเล็กทางตอนเหนือของเมือง
พวกเหลยเซียวถอดชุดคลุมสีดำและเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าธรรมดา มองแวบแรกแม้จิตสังหารจะเบาบางลง แต่บุคลิกแข็งกร้าวดุดันก็ยังคงไม่ลดลง
ทุกคนยืนเรียงแถวอย่างนอบน้อมอยู่ตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว ยามมองเด็กหนุ่มชุดเขียวที่อยู่ตรงหน้า ลึกๆ ข้างในของพวกเขารู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
คนคนนี้เป็นหัวหน้าของพวกเขา! เขาแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น มีพลังที่ยากแท้หยั่งถึงถึงเพียงนั้น ในใจพวกเขา ไม่มีสิ่งใดที่เขาทำไม่ได้ ยิ่งใหญ่ไร้ผู้ใดเทียบเคียง
อยู่มานานขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกเคารพเลื่อมใสคนคนหนึ่งจากก้นบึ้งหัวใจ
เฟิ่งจิ่วมองทุกคนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและยืนเรียงแถวกันอย่างเรียบร้อย มองดูพวกเขายืนหลังเหยียดตรงท่าทางกระฉับกระเฉง ก็อดเผยยิ้มไม่ได้ “แม้พวกเราจะอยู่ด้วยกันแค่ไม่กี่เดือน แต่ก็เรียกได้ว่าเราเป็นสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ในเมื่อพวกเจ้าจะติดตามข้า เช่นนั้นข้าจะบอกฐานะของข้าให้พวกเจ้ารู้ก็แล้วกัน!”
ได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็อึ้งงัน จากนั้นก็ดีใจ ดวงตาฉายแววคาดหวัง หนึ่งในนั้นอดถามด้วยความอยากรู้ไม่ได้ “หัวหน้า ท่านเป็นลูกหลานตระกูลเร้นลับใดใช่หรือไม่?”
“หัวหน้า ท่านเป็นลูกชายของสำนักเก่าแก่ใดใช่หรือไม่?”
“หัวหน้า ท่านคงไม่ได้เป็นผู้แข็งแกร่งที่ย้อนวัยมากระมัง?”
“หัวหน้า…”
พวกเขาแต่ละคน