าขึ้นไปที่ชั้นสอง
อาจเพราะกลิ่นคาวเลือดจางๆ กระจายในอากาศ คนที่อยู่ในมุมมืดบนชั้นสองสังเกตถึงความผิดปกติ ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินสองคนออกมาดู ก็เห็นเหตุการณ์ที่ทหารคนหนึ่งถูกฆ่าพอดี เขาตวาดเสียงเกรี้ยวออกไปทันใด
“ใครน่ะ!”
เสียงที่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันแข็งแกร่งดังออกไป เหล่าผู้ฝึกตนที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วทั้งหอรวมสมบัติพลันกรูกันออกมา ขณะเดียวกัน พวกเฟิ่งจิ่วก็ทยอยกันปรากฏตัวด้วยเช่นกัน
ครั้นชายชราผู้หนึ่งในหอรวมสมบัติเห็นเด็กหนุ่มในชุดเขียวเดินออกมาจากเงามืด ก็อดตะลึงไม่ได้ เขาหลุดตะโกนเสียงหลง “เป็นเจ้าหรือ? เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!”
เด็กนั่นถูกส่งตัวไปฝึกตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดมาอยู่ที่นี่ได้? คนที่เข้าไปที่นั่นแล้ว เหตุใดยังออกมาได้อีก?
เฟิ่งจิ่วกระตุกมุมปาก มองชายชราที่แววตาชั่วร้าย ยิ้มตาหยีตอบว่า “นึกไม่ถึงว่าจะยังจำข้าได้อยู่! ช่างเป็นเกียรตินัก” เธอโบกมือ แล้วสั่งกลุ่มคนข้างหลัง “เคลื่อนไหวให้ว่องไวหน่อย!”
“ขอรับ!” ทุกคนรับคำ ก่อนจะโฉบไหวเข้าไปโจมตีคนของหอรวมสมบัติอย่างรวดเร็ว
ครั้นเห็นว่าพวกคนชุดดำที่โฉบไหวเข้ามาล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหิน ชายชราหน้าเปลี่ยนสีทันที “บัดซบ!” เขาไม่ได้คิดจะเตรียมสู้เลย แต่คิดจะหนีไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว หมุนตัวก็คิดจะหนี ใครจะรู้ข้างหลังก็มีคนชุดดำล้อมไว้แล้ว
“วันนี้ พวกเจ้าอย่าได้คิดว่าจะหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” เฟิ่งจิ่วหรี่ตาประกาศก