่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
ครั้นนึกได้ว่าอาจเกิดภัยครั้งใหญ่แล้ว หน้าของเขาก็ซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาชั่วขณะหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเขาหันไปมองรอบๆ เห็นเหล่าชุดดำที่ล้อมรอบพวกเขาไว้ล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนเหิน ก็ยิ่งตกตะลึง จบกันๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้วจริงๆ…
ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินพวกนั้นที่ล้อมเข้ามามีกันยี่สิบกว่าคน ส่วนฝั่งพวกเขามีผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินเพียงไม่กี่คน ยามนี้ครั้นเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี ความคิดแรกของพวกเขาก็คือหนีก่อนค่อยว่ากัน
แต่ขณะที่พวกเขากำลังต้านรับการโจมตีและถอยหนีไปด้วย กลับเห็นว่าข้างหลังก็มีผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินยืนดักอยู่ไม่น้อย แทบไม่มีที่ให้หนีได้เลย!
“จะ เจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่!” พวกผู้อาวุโสเฝิงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราด จ้องเด็กหนุ่มชุดเขียวที่กำลังเดินย่างกรายเข้ามาอย่างผ่อนคลาย
“แน่นอนว่าตอบแทนน้ำใจน่ะสิ! พวกเจ้าให้ของขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้กับข้า ข้าจะไม่ตอบแทนน้ำใจเลยได้อย่างไรกัน!”
เฟิ่งจิ่วยิ้มหยัน จ้องพวกเขาพลางกล่าวว่า “อ้อ ใช่แล้ว พวกเจ้าคงยังไม่รู้แน่ๆ! ฐานทัพใหญ่ของวิหารราตรีก็ถูกข้าทำลายล้างไปแล้ว ดูท่าทางพวกเจ้าคงยังไม่รู้ข่าวสินะ ก็จริง หากรู้ข่าวจะมัวรออยู่ที่นี่โดยไม่มีการเตรียมรับมือเลยได้อย่างไรกัน?”
ชายชราพวกนั้นได้ยินก็เบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ “จะ เจ้าว่าอย่างไรนะ? ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร? ทำลายล้างฐานทัพใหญ่ของวิหารราตรี? เป็นไปได้อย่างไร!”