ักฝีเท้าไม่ได้ “คุณชายโม่เฉิน? ท่านมาได้อย่างไรกัน?” เขากับนายท่านของเขาไม่ค่อยถูกกัน แล้วเขามาที่นี่ทำไมกัน?
“อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ มาหานายท่านของเจ้าเดินหมาก” โม่เฉินยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน ฝีเท้าที่กำลังสาวเดินชะงักเล็กน้อย สายตามองเข้าไปข้างใน “นายท่านของเจ้าอยู่ใช่รึไม่?”
“อยู่ขอรับ ถ้าอย่างไร ข้าเข้าไปรายงานก่อน?” ฮุยหลางถาม
“ไม่ต้อง ในเมื่ออยู่ข้างใน เขาย่อมต้องรู้ว่าข้ามา เจ้าไปทำธุระของเจ้าเถิด!” เขาโบกมือแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะสาวเดินเข้าไปข้างใน
ฮุยหลางลูบจมูก ปากก็พึมพำเบาๆ จากนั้นก็เดินออกไป
ตอนที่โม่เฉินเข้ามาข้างใน เซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะในลานสวน หยิบแก้วสองใบมาวาง แล้วเอาสุรามารินใส่แก้ว
เมื่อเห็นอย่างนั้น โม่เฉินยิ้มๆ “หายากที่ข้ามาหาท่าน แล้วท่านจะรินสุราให้เช่นนี้ หายากจริงๆ!” เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วนั่งลงตรงข้ามกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ยกสุราขึ้นดมกลิ่น กลิ่นหอมของสุราโชยมาแตะจมูก
“มีอะไรก็ว่ามา ข้าไม่มีเวลามาคุยเล่นกับท่าน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว เขาหยิบแก้วสุราขึ้นมาจิบ
โม่เฉินได้ยินจึงเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ข่าวของอาจิ่วแล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด บางทีอีกไม่นานนางก็จะกลับมา”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไร เห็นเพียงเขาดื่มสุราหมดทั้งที่ยกไม่ถึงสองครั้ง สายตาไหวระริกเล็กน้อย
“สุรานี้ของท่านเป็นสุราอะไร? กลิ่นหอมนัก รสชาติติดปากนานย