ิ่ง” โม่เฉินถาม สุราแก้วหนึ่งกลืนลงท้องไป ก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยากดื่มอีก ฉะนั้นเขาจึงรินด้วยตนเอง
“เป็นสุราดีจริงๆ” โม่เฉินเผยยิ้ม มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ “ท่านเอสุราดีเช่นนี้ออกมาต้อนรับข้า ไม่เสียดายหรือ?” ดื่มหมดหนึ่งแก้ว ก็ดื่มอีกหนึ่งแก้ว
เซวียนหยวนโม่เจ๋อจิบอย่างช้าๆ สุราในมือยังดื่มไม่หมดแก้ว ก็เห็นโม่เฉินรินสุราเป็นแก้วที่สี่แล้ว ไม่นานใบหน้าเขาก็เริ่มแดงเรื่อ สายตาหรี่เล็ก เห็นอย่างนั้นเซวียนหยวนโม่เจ๋ออดกระตุกยิ้มมุมปากไม่ได้
“นี่เป็นสุราเซียนเมา หรือมีอีกชื่อก็คือสามแก้วล้ม” สิ้นเสียง ก็เห็นโม่เฉินซวนเซ ก่อนจะทิ้งตัวฟุบลงไป
“อิ่งอี” เซวียนหยวนโม่เจ๋อขานเรียก
“นายท่าน” อิ่งอีเดินออกมาจากมุมมืด
“เอาเขาไปโยนไว้ที่หอนางโลม! สั่งให้ที่นั่นต้อนรับเขาอย่างดีด้วย” เซวียนหยวนโม่เจ๋อจิบสุรา น้ำเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์เอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน
ได้ยินอย่างนั้น อิ่งอีมุมปากกระตุกเล็กน้อย เขายังนึกอยู่ว่าทำไมนายท่านจึงได้เอาสุราเซียนเมาออกมาให้คุณชายโม่เฉินดื่ม ที่แท้ก็มีแผนอย่างนี้นี่เอง อิ่งอีรีบรับคำทันที “ขอรับ!” จากนั้นก็แบกร่างของโม่เฉินออกไป มุ่งหน้าไปยังหอนางโลม
ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากที่เฟิ่งจิ่วกลับมารวมตัวกับพวกเหลยเซียว พวกเขาก็เริ่มหารือกัน
เฟิ่งจิ่วมองทุกคนแล้วเอ่ยว่า “นอกจากคนที่กำลังพักฟื้นอยู่ คนอื่นล้วนมากันครบแล้ว เช่นนั้นคืนนี้ก็ลงมือได้ กำราบหอรวมสมบัติเสีย!”
…………………………………