ี่เขาสั่งไว้ได้แล้ว”
ฮุ่นหยวนจื่อได้ยิน คิ้วขาวก็ตั้งชัน ดวงตาเบิกกว้าง รีบแย่งไก่ย่างในมือเสี่ยวเอ้อร์ไป “ให้ข้าก็พอ!”
กลุ่มคนสิบกว่าคนเดิมทีต้องการจะถาม แต่เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นอย่างนั้นจึงไม่ได้ถามอะไรมาก ขณะกำลังคิดจะตีสนิทกลับเห็นฮุ่นหยวนจื่อเดินฮึดฮัดจากไป ชายหนุ่มคนนั้นก็เดินตามออกไปด้วย
ในอีกด้านหนึ่ง ณ มุมหนึ่งของเมืองเมฆาลอย จู่ๆ เฟิ่งจิ่วก็ปรากฏตัว ร่างกายของเธอกลิ้งไปบนพื้นหลายรอบก่อนจะยืนอย่างมั่นคงบนพื้น หลังจากยืนอย่างมั่นคงได้แล้วก็ถอนหายใจเบาๆ และมองแกนเคลื่อนย้ายในมือ อดยิ้มจนดวงตาเล็กหยีไม่ได้
“จิ๊ๆ เป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆ ด้วยสินะ!”
เธอถือแกนเคลื่อนย้ายจ้องมองดูอย่างละเอียด เห็นชื่อสถานที่แต่ละชื่อลอยเด่นอยู่ในนั้นก็ยิ้มกว้างอย่างอดไม่ได้ ทว่าทันใดนั้นก็รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เธอ จึงรีบเงยหน้ามองไป
ครั้นมองตามสายตาคู่นั้น จึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าชายวัยกลางคนสองคนที่อยู่ไม่ไกลกำลังจ้องเธอ หรือพูดให้ถูกก็คือ จ้องแกนเคลื่อนย้ายในมือเธออยู่ต่างหาก
เมื่อเห็นอย่างนั้น เธอจึงพับแกนเคลื่อนย้ายแล้วเก็บใส่ห้วงมิติ ก่อนจะหันไปมองประตูเมือง ครั้นเห็นชื่อเมืองเมฆาลอยเด่นหราอยู่ตรงนั้น ก็อดยิ้มอย่างเบิกบานใจไม่ได้
นึกไม่ถึงว่าจะมาถึงที่นี่เร็วขนาดนี้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมาถึงสถานที่นัดหมายภายในสามวันได้หรือไม่
หลังจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เธอก็เดินไปทางประตูเม