คุณชายของตนตรงไปช่วยคนแล้ว
‘จูซุ่นเต๋อ’ นามนี้อาจารย์กู่คุ้นหูยิ่งนัก นั่นคือเด็กที่อาจารย์อาวุโสสวีต้องการจะรับเป็นศิษย์ปิดสำนักไม่ใช่รึ?
พิธีฝากตัวเป็นศิษย์ยังไม่ทันได้จัดก็มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเนี่ยนะ?!
ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นมาอย่างไร เขาก็นั่งไม่ติดอีกแล้ว รีบร้องเรียกอาจารย์ฝ่ายศิลปะการต่อสู้ นำคนตรงไปยังที่อยู่ที่สารถีบอกไว้ทันที
เดิมทีก็อยากให้สารถีนำทาง แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่า “บ่าวไม่เคยไปเหมือนกันขอรับ”
จำต้องไปถามทางเอาข้างหน้าอย่างไร้ทางเลือก
จูซานไม่รู้จักอาจารย์ท่านอื่น แต่เขาเคยเห็นอาจารย์กู่
ด้วยเหตุนี้ เมื่อจูซานออกจากเรือนตระกูลเฉินมาถึงปากตรอก เห็นคนกลุ่มใหญ่อยู่ตรงนั้น มองปราดเดียวก็จำอาจารย์กู่ได้ทันที
“อาจารย์กู่…” เขาร้องเรียก “ทางนี้ขอรับ”
อาจารย์กู่มองมาก็จำอีกฝ่ายได้เช่นกัน “เจ้าคือ…พี่สามของจูซุ่นเต๋อ?”
“ใช่แล้ว ข้าคือพี่ชายของจูซุ่นเต๋อเองขอรับ” จูซานชี้ไปทิศทางหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “เรือนตระกูลเฉินอยู่ทางนี้”
“ซุ่นเต๋อเป็นอย่างไรบ้าง?” อาจารย์กู่เห็นเสื้อผ้าอาภรณ์ของเขายุ่งเหยิง ทว่าไม่ได้รับบาดเจ็บก็นึกโล่งใจ
ฉับพลันนั้นก็นึกเป็นห่วงจูซุ่นเต๋อ เจ้าเด็กทึ่มคนนั้น อย่าได้ถูกคนทำร้ายจนบาดเจ็บตั้งแต่ยังไม่เปิดเรียนเชียวนะ
จากนั้นก็ถามความเป็นมาของเรื่องราว
จูซานไม่ได้ปิดบังอำพราง บอกกล่าวไปตามความจริง
เมื่ออาจารย์กู่ได้ยินว่าลูกศิษย์โจวเสวียของพวกเขาถึงกับถูกคนใส่