ูที่ปิดสนิทพลางถอนหายใจ
อุตส่าห์ได้เจอฮุ่นหยวนจื่อจากสำนักดาราจักรทั้งที หากได้รับการสนับสนุนจากเขา หรือรับปากว่าจะรับลูกหลานของพวกเขาเข้าสำนักสักสองสามคน เช่นนั้นตระกูลของพวกเขาก็คงเหมือนเรือที่ลอยขึ้นสูงตามระดับน้ำที่ขึ้น
ประมาณหนึ่งก้านธูปผ่านไป ทุกคนได้ยินเสียงพูดคุยดังออกมาจากห้องส่วนตัว เพราะเสียงนั้นค่อนข้างดัง พวกเขาที่อยู่ข้างนอกจึงได้ยินอย่างชัดเจน พวกเขามองหน้ากันก่อนจะพร้อมใจกันเงี่ยหูฟัง
ในห้องส่วนตัวตรงข้างโต๊ะ เฟิ่งจิ่วมองสิ่งของบนโต๊ะพลางกล่าวอย่างรังเกียจรังงอน “ไม่ใช่กระมัง? ของพวกนี้น่ะหรือ? ดูไม่เหมือนของมีค่าอะไรเลยนะ!” เธอหยิบอาวุธชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู เอ่ยว่า “นี่คงไม่ใช่ว่าท่านไปได้มาจากคนอื่นหรอกกระมัง? ท่านดูสิ ไม่มีอันไหนดูเข้าท่าสักอันเลย”
สิ่งของบนโต๊ะค่อนข้างรุงรัง ดาบสั้นที่ฝังจี้อัญมณีเอย อาวุธบินเอย แล้วยังมีอาวุธป้องกันตัวอีกบางส่วน และอัญมณี ล้วนดูดาษดื่น ไม่ถูกใจเธอเลยแม้แต่น้อย
“ของพวกนี้เจ้ายังไม่พอใจอีก?” ตาเฒ่าเบิกตากว้าง คิ้วขาวตวัดขึ้น หยิบอาวุธชิ้นหนึ่งขึ้นมา “เจ้าดูอันนี้ อันนี้ข้าได้มาจากผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินคนหนึ่ง มันใช้ต้านทานการโจมตีจากผู้แข็งแกร่งได้หลายครั้ง ยังมีอันนี้อีก นี่เป็นอาวุธที่ใช้บิน ความเร็วไม่ต้องพูดถึง ยังมีพวกนี้อีก เจ้าดูสิ อันนี้ความจริงก็ไม่เลวเหมือนกัน”
เฟิ่งจิ่วเหล่มองแวบหนึ่ง บอกว่า “ไม่เข้าตาเลย ของพวกนี้ล้วนไม่ม