งสำนักเรา”
พอได้ยินอย่างนั้น ฮุ่นหยวนจื่อถมึงตา สบถด่าออกไปทันที “ไม่เป็นไร หากเขาตาย ข้าจะให้พวกเจ้าตายตามไปทีละคน!”
หญิงสาวคนนั้นสะอึก คำพูดติดอยู่ที่ลำคอ ทำได้เพียงกล้ำกลืนความโกรธแล้วแค่นเสียง ลอบด่าในใจ ตาแก่หนังเหนียว! รับมือยากดังคาดไว้เลย!
เฟิ่งจิ่วมองดูหลี่เม่ยเอ๋อร์ควบคุมเส้นด้ายสีเงินด้วยสิบนิ้วโจมตีชายชรา ขณะที่เส้นด้ายเหล่านั้นพาดผ่าน คานเสาของหอสุราถูกกรีดจนเป็นรอย นางควบคุมด้วยนิ้วมือทั้งสิบ เส้นด้ายเหล่านั้นดูคมเสียยิ่งกว่ามีด ยามพุ่งโจมตีออกไปสองเส้นในนั้น ถึงขั้นพุ่งทะลุเสากลมไปเลยทีเดียว
“วืด!”
“ปึงๆๆ!”
เห็นเพียงชายชราดึงแส้หางม้าที่เหน็บเอวขึ้นมาสะบัด กระแสพลังอันคมกริบดุจมีดพุ่งบินออกจากแส้ พุ่งไปทางหลี่เม่ยเอ๋อร์ซึ่งๆ หน้า หลี่เม่ยเอ๋อใช้เส้นด้ายในมือต้านรับ เส้นด้ายของนางขาดผึงเกิดเป็นเสียงดังหลายครั้ง ทว่าขณะเดียวกับที่ปัดป้องการโจมตีนั่นและตั้งใจจะแสยะยิ้มด้วยความย่ามใจ กลับเห็นแส้หางม้าของชายชราสะบัดมาที่หน้าของนางตรงๆ
“ซี๊ด!”
แส้หางม้าสะบัดใส่หน้าของนาง เจ็บจนนางต้องร้องซี๊ด ร่างกายก็พลัดตกลงมาชั้นล่างด้วยแรงเหวี่ยงนั่นด้วยเช่นกัน
“ท่านอาจารย์!”
เหล่าหญิงสาวที่อยู่ชั้นล่างเห็น ก็ตกใจ รีบเข้าไปรับร่างนาง ทว่าเมื่อเห็น พวกนางต่างพากันหน้าซีด
เห็นเพียงบนใบหน้างดงามของอาจารย์พวกนางมีรอยเลือดกระดำกระด่าง หนำซ้ำยังเห็นรอยแผลที่เกิดจากแส้ฟาดรางๆ ด้วย ดวงหน้าที่ง