สวมชุดคลุมสีขาว เส้นผมสีขาวถูกรวบสูง ที่เหลือถูกปล่อยสยายลงข้างหลัง คิ้วสีขาวยาวๆ สองเส้นถูกปล่อยระแก้มสีแดงเรื่อสองข้าง ใต้คางยังไว้หนวดขาวอีกกระจุกหนึ่ง ในมือยังถือแส้หางม้าสีขาวไว้ด้วย รัศมีเทพเซียนแผ่กระจายรอบตัว หน้าตาดูมีเมตตาปรานี มองแวบแรกเหมือนเซียนชราผู้มีคุณธรรมอย่างไรอย่างนั้น
ทว่า ชายชราไม่เอ่ยปากพูดจาก็แล้วไป ครั้นเอ่ยปากกลับทำให้ผู้ฟังโมโหจนแทบกระอักเลือดตาย เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินก็ชอบใจนัก
“นางมารเฒ่าอย่างเจ้ายังไม่ตาย ผู้เฒ่าอย่างข้าจะตายได้อย่างไรกันเล่า! อายุก็ปูนนี้แล้ว วันๆ ยังเอาแต่แต่งเนื้อแต่งตัวชักชวนนางมารน้อยเหล่านี้วิ่งแจ้นไปทั่วอย่างนี้อีก ไม่หยิบคันฉ่องขึ้นมาส่องดูแป้งบนหน้าเจ้าบ้างว่าโปะไว้หนาขนาดไหน เจ้าดูแล้วไม่รู้สึกทุเรศ ผู้เฒ่าเช่นข้าถึงขั้นรู้สึกทุเรศแทนเจ้าแล้ว”
หญิงงามนางนั้นได้ยินก็โมโหจนตัวสั่น นางถลึงตาจ้องชายชรา สบถด่าด้วยความเดือดดาล “ตาแก่หนังเหนียว! เจ้า เจ้า…”
“เจ้าอะไร? หน้าแก่ๆ ของข้าไม่ทาแป้งก็ยังเนียนนุ่มกว่าเจ้านัก ทำไม? อยากจะสู้หรือ? หึ! หลายปีก่อนตอนที่เจ้าเจอข้า ข้าก็เคยบอกเจ้าแล้ว คราวหน้าอย่าได้ถูกข้าเล่นงานได้อีก ไม่เช่นนั้นข้าจะถลกหนังนางมารชั้นนั้นของเจ้าเสีย!” ขณะกล่าว ชายชราเอาแส้หางม้าเหน็บเอว ถลกแขนเสื้อขึ้น ทำท่าทางเหมือนพร้อมจะลงมือทุกเมื่อ
“ฮุ่นหยวนจื่อ! ตาแก่หนังเหนียว วันนี้ มารดาจะฉีกปากเจ้าให้ได้!”
หลี่เม่ยเอ๋อร์เอ