“มะ มิกล้าขอรับ”
ขะ เขารู้หรือนี่! ไม่นึกเลยว่าเจ้าวิหารจะรู้ว่าเขายึดร่างผู้อื่นมา? ยังรู้อีกด้วยว่าเขาเคยเป็นคนของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ? เขาสืบรู้ได้อย่างไรกันแน่?
เวลานี้ เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นตื่นตะลึง เขาจ้องหานหรงที่อยู่ข้างล่าง ไม่อยากเชื่อ คนคนนี้ก็คือหานหรงที่เคยถูกเซวียนหยวนโม่เจ๋อทำลายวรยุทธ์ในอดีต
เป็นเขา? ที่แท้ก็เป็นเขา!
เป็นเขาที่มีจิตคิดแก้แค้น ทำให้ราชวงศ์เฟิ่งหวงของเธอต้องล่มสลาย ทำให้องครักษ์เฟิ่งต้องล้มตายไปมากมาย ทำให้ท่านปู่ท่านย่าของเธอต้องลำบากขนาดนั้น แล้วก็ทำให้ท่านอาน้อยของเธอต้องประสบเคราะห์กรรมจนตาย…
จ้องมองคนเบื้องล่าง ไอสังหารแผ่ซานออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ อยากจะฆ่าเขาจนแทบยั้งใจไม่อยู่!
ชายชุดคลุมสีดำชำเลืองมองหานหรงที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คราวหน้าแม้จะมีข่าวคราวพวกนั้น ก็ไม่ต้องวิ่งมาบอกข้าอีก วิหารราตรีของข้ามิใช่สถานที่ที่เจ้านึกอยากมาเมื่อใดก็มาได้!”
“ขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวลา”
หานหรงก้มหน้า บางทีอาจเพราะเกรงกลัวในแรงกดดันของเขา นาทีนี้จึงไม่กล้าแม้แต่เงยหน้า เขาถอยออกไปทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่อย่างนั้น กระทั่งเดินออกจากตำหนักมาได้ระยะหนึ่งจึงค่อยถอนหายใจ พยายามสงบจิตใจที่เต้นเร็วและไปจากที่นี่ทันที
มีเพียงคนที่เคยผ่านความตายและความสิ้นหวังมาก่อนอย่างเขาเท่านั้นที่รู้ว่าการมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องที่งดงามเพียงใด แล้วก็เพรา