ูแวบแรกก็รู้ว่าไม่รู้เรื่องการเดินหมาก เห็นเขาเดินหมากไร้กลยุทธ์ กระดานว่างตรงไหนก็วางตรงนั้น เรียกได้ว่าเป็นผู้ไม่รู้วิชาโดยแท้
“ไม่เดินแล้ว” เขาหรี่ตาลง เอนตัวนั่งพิงเก้าอี้ “ออกไปดูทีว่าพวกเขาจัดระเบียบเสร็จแล้วหรือยัง เสร็จแล้วก็ไป ไม่ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้แล้ว”
“ขอรับ” ชายชราลุกขึ้น เดินออกไปข้างนอก
เฟิ่งจิ่วยืนอยู่ตรงนั้น เงียบงันไม่ส่งเสียงสักนิด กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม สี่คนข้างนอกเข้ามาพร้อมกัน หลังรายงานให้ชายชุดคลุมสีดำทราบ ชายชุดคลุมสีดำก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
เธอเดินตามหลังออกไปถึงข้างนอกจึงรู้ว่า นอกจากบางส่วนที่ถูกสั่งให้แฝงตัวเข้าไปในสี่สำนักใหญ่ พวกเขาจะพาคนที่เหลือไปทั้งหมด เพียงแต่จะแบ่งกลุ่มพาไปเท่านั้น
เฟิ่งจิ่วตามชายชุดคลุมสีดำรวมถึงชายชราและชายอีกสามคนไปที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายเพื่อไปจากที่นี่ ครั้นเห็นประกายแสงพาดผ่าน และสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของค่ายกลอีกครั้ง สองเท้าก็ลอยลงบนพื้นอย่างมั่นคงแล้ว
ครั้นมาถึง ก็พบว่าที่นี่เป็นด้านหลังของตำหนักหนึ่ง ซ้ำยังเป็นตำหนักที่สร้างติดภูเขา เธอลอบประหลาดใจเล็กน้อย สายตากวาดมองพิจารณารอบๆ อย่างเงียบงัน พลางเดินตามหลังชายชุดคลุมสีดำอย่างมีระเบียบ
ที่นี่กว้างมาก แม้ไม่เห็นว่ารอบๆ จะมีคนคอยเฝ้าระวัง แต่ดวงจิตของเธอก็สัมผัสได้ว่าในที่ลับตาคนมีคนคอยจับตาดูอยู่ไม่น้อย อีกทั้งดูจากแรงกดดันและกลิ่นอายที่ซ่อนอยู่นั้น น่าจะเป็น