กขึ้นเถิด! ติดตามข้า เจ้าไม่มีแม้แต่ห้องพัดผ่อน ความสามารถในการยืนนอนเช่นนี้ก็ถือว่าสะดวกดีเหมือนกัน”
เอ่ยจบ เขาก็เดินออกไป ชายชรามองเด็กหนุ่มชุดดำแวบหนึ่ง พลางกล่าวอย่างตำหนิ “ยังไม่รีบตามไปอีก”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วรีบเดินตามไป ขณะเดินออกจากตำหนัก เธอสัมผัสได้ว่ามีสายตาคมปลาบสองคู่กำลังจ้องพิจารณาเธออยู่
ยามพลบค่ำ ณ ศาลาหลังหนึ่ง บนโต๊ะหินมีอาหารแปดชนิดที่ครบเครื่องทั้งรูปรสและกลิ่นหอม ชายชุดคลุมสีดำนั่งกินข้าวอยู่ตรงนั้น ข้างๆ ยังมีคนถือตะเกียบคอยคีบอาหารให้เขาด้วย มองดูจนเฟิ่งจิ่วที่ยืนอยู่ข้างหลังอดบ่นอุบไม่ได้
ช่างเสแสร้งแกล้งทำนัก
เพียงได้ พอได้กลิ่นหอมของอาหาร เธอก็อดสูดดมไม่ได้ แทบร้องขอชีวิตจริงๆ ยั่วน้ำลายเกินไปแล้ว! ดูสิ อาหารพวกนั้นมีอะไรบ้าง? ข้าวนั้นเป็นข้าวสารวิญญาณ ผักก็เป็นผักวิญญาณ เนื้อมาจากสัตว์วิญญาณ อาหารเต็มโต๊ะวางอยู่ต่อหน้าต่อตาเธอ แต่กลับกินไม่ได้ เวรกรรมแท้ๆ
ต้องบอกก่อนว่า หลังจากแฝงตัวเข้ามาฝึกฝนอยู่ในวิหารราตรีแห่งนี้ เธอก็ไม่เคยได้กินอาหารดีๆ สักมื้อ นี่ก็หลายเดือนผ่านไปแล้ว เดาว่าหากพวกเขาเห็นเธอในตอนนี้ จะต้องบอกว่าเธอหิวโซจนผอมแน่ๆ
นึกมาถึงตรงนี้ก็อดแอบถอนใจไม่ได้ เธอช่างหาเรื่องลำบากให้ตัวเองแท้ๆ
แต่ไม่เป็นไร หลังจากที่รู้จักที่นี่ดีแล้ว เธอก็จะทำลายแหล่งกบดานของวิหารราตรีให้ราบคาบเสีย!