ำที่กำลังสะสางกองข้อมูลบนโต๊ะรวมถึงชายชราที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหนึ่งตะลึง ทั้งสองหันไปมองยังต้นเสียงพร้อมกัน ในดวงตาปรากฏแววงงงัน
หลังงงงันอยู่ครู่หนึ่ง ชายชราหมายจะเรียกเฟิ่งจิ่วออกมา นึกไม่ถึงชายชุดคลุมสีดำกลับยกมือห้าม
แววตาของชายชุดคลุมสีดำเหมือนกำลังนึกสนุก เขาลุกขึ้น สาวเท้าเบาๆ มาถึงด้านหลังเสาต้นนั้น ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็เห็นเด็กหนุ่มชุดดำหันหน้าเข้าหาเสากลมต้นใหญ่ หันหน้าผากชนกับเสา แม้ตัวยืนตรง แต่เขาหลับไปแล้วแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งยังหลับลึกเสียด้วย เพราะได้ยินเสียงกรนเบาๆ ดังลอดออกมาจากใต้หน้ากากของเขา
เมื่อเห็นภาพนั้น แววตาเขาราวกับกำลังมองดูสิ่งแปลกใหม่ ไม่เคยมีใครกล้าสัปหงกในสถานที่ที่เขาอยู่เลยสักครั้ง อีกทั้งยืนอยู่อย่างนี้ก็ยังหลับได้ เหลือเชื่อจริงๆ
เพราะรู้สึกแปลกใหม่ เขาจึงสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ ใครจะรู้ในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มที่เอาหัวพิงเสาสัปหงกอยู่พลันเงยหน้าขึ้น นัยน์ตามึนงงระคนง่วงงุนปรากฏสู่ครรลองสายตาของเขาพอดี
“นะ นายท่านโปรดลงโทษ!” เฟิ่งจิ่วรีบคุกเข่าลงไปข้างเดียว ขณะเดียวกันก็รีบก้มหน้าเก็บซ่อนความหงุดหงิดที่พาดผ่านดวงตา
ในตำหนักนี้จุดธูปสงบจิต กลิ่นหอมหวน กอปรกับข้างในนี้เงียบกริบไร้เสียง จุดที่เธอยืนยังเป็นที่มืด แล้วยังยืนพิงเสาอีก ครั้นผ่อนคลายก็เลยสัปหงกไป
ชายชุดคลุมสีดำหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง ประกายมืดมนพาดผ่านดวงตา เขามองเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ลุ