ข้างในแอบหวั่นใจ เขาหลุบตาเก็บซ่อนความหวาดกลัวในดวงตา ลอบคิดในใจ เหตุใดนายท่านจึงมาที่นี่เวลานี้? เขาจะมาเหตุใดไม่ส่งข่าวมาบอกแม้แต่น้อย? หรือได้ยินอะไรมา?
ชั่วขณะหนึ่ง ร่างกายของเขาตึงเกร็ง หัวใจสั่นสะท้าน กลางฝ่ามือมีเหงื่อซึม
แม้ในวิหารราตรีอาจไม่มีผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินร้อยกว่าคน แต่ผู้ฝึกตนที่ระดับสูงกว่าเซียนเหินกลับมีไม่น้อย โดยเฉพาะพวกคนที่ติดตามนายท่าน แต่ละคนล้วนสามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้ หากถูกจับได้ว่าเขาคิดไม่ซื่อ เกรงว่า…
“ทำไม? เห็นข้ามา เจ้ากลัวมากหรือ?” ชายชุดคลุมสีดำสวมหน้ากากหรี่ตา จ้องผู้อาวุโสกุ่ยที่คุกเข่าบนพื้น สายตาคมปลาบ ราวกับมองทะลุใจคนได้
ได้ยินอย่างนั้น ผู้อาวุโสกุ่ยหนักอึ้งไปทั้งใจ รีบตอบ “นายท่านโปรดระงับโทสะ เพราะพักนี้มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น ข้าน้อยไม่คิดว่านายท่านจะมากะทันหัน จึง จึง…”
“เกิดอะไรขึ้น?” ชายชุดคลุมสีดำใส่หน้ากากตวัดมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาออกไป หันไปมองกลุ่มคนที่ยืนตัวตรงอยู่ตรงนั้น
“คืออย่างนี้ขอรับ ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินและผู้ฝึกวิชามารระดับกำเนิดวิญญาณที่อยู่ที่นี่ ล้วนถูกฆ่าระหว่างประมือกับสายลับ เรื่องนี้ข้าน้อยยังไม่ได้รายงานขึ้นไป จึงกลัวว่านายท่านจะเอาโทษ”
“อ้อ?”
เสียงของชายชุดคลุมสีดำสวมหน้ากากสูงขึ้นเล็กน้อย เขาสาวเท้าไปข้างหน้า “สายลับที่สั่งให้เจ้าฝึกฝนพวกนั้นน่ะหรือ? เพิ่งจะสามเดือนเองไม่ใช่รึ? เหตุใดจึงมีพลังสังหา