เหม็นเน่าโชยมา
หากรู้แต่แรกว่าเขาเป็นนายแห่งวิหารราตรี ตอนนั้นเธอน่าจะสังหารเขาด้วยมีดเสีย น่าเสียดายนัก เธอไม่เพียงไม่ได้ฆ่าเขา กลับช่วยชีวิตเขาไว้
“เจ้า ออกมา” ชายชุดคลุมสีดำยกมือชี้ไปข้างหน้า สายตาและนิ้วมือชี้ไปยังจุดเดียวกัน นั่นก็คือเฟิ่งจิ่ว
เมื่อเห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนหลังตรงด้วยความนอบน้อม
“ทำทุกวิถีทาง ฆ่าเขาเสีย” ชายชุดคลุมสีดำเลื่อนนิ้วออกไป ชี้ไปยังผู้อาวุโสกุ่ยที่ยืนอยู่ด้านหนึ่ง
ผู้อาวุโสกุ่ยที่ได้ยินอย่างนั้น ก็พลันตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้าง “นะ นายท่าน…”
“ขอรับ!” เฟิ่งจิ่วรับคำด้วยความนอบน้อม ก่อนโจมตีผู้อาวุโสกุ่ยในพริบตา ประกายคมกริบเยือกเย็นพาดผ่านกลางอากาศ พุ่งตรงไปยังเส้นชีพจรชีวิตของผู้อาวุโสกุ่ย
ผู้อาวุโสกุ่ยถอยกรูด มองชายชุดคลุมสีดำด้วยความตื่นตะลึง ราวกับไม่อยากเชื่อ และไม่เข้าใจเหตุใดจึงถูกปฏิบัติเช่นนี้ “นายท่าน ข้าน้อยทำอะไรผิดกันแน่?”
“เจ้าไม่รู้หรือว่าตนเองทำอะไรผิด?” ชายชุดดำกระตุกมุมปาก เผยรอยยิ้มกระหายเลือด สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่ผู้อาวุโสกุ่ย “เจ้าคิดว่าเจ้าฆ่าคนที่นี่หมด แล้วจะไม่มีใครรู้แผนการของเจ้างั้นหรือ?”