! จะต้องฟังคำสั่งอย่างไร้เงื่อนไข! จงสาบานว่าจะจงรักภักดี แม้ตายหมื่นหนก็ไม่แปรพักตร์!”
“คารวะนายท่าน! พวกข้าขอสาบานว่าจะจงรักภักดี แม้ตายหมื่นหนก็ไม่แปรพักตร์!”
คนหนึ่งร้อยยี่สิบสามคนคุกเข่าลงด้วยความนอบน้อม ปฏิญาณตนด้วยเสียงอันดังก้อง สะท้อนไปทั่วทั้งสนาม ผู้อาวุโสกุ่ยได้ยินก็อดรู้สึกเสียดายยิ่งนัก
มนุษย์คำนวณหมื่นหนพันหนก็มิสู้สวรรค์ลิขิต เดิมเขาคิดจะครอบครองกำลังคนหนึ่งร้อยยี่สิบสามคนนี้เป็นของตนเอง ยามนี้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเปลงไปเป็นเช่นนี้ ทำได้เพียงประเคนกำลังคนที่ฝึกฝนมากับมือให้ผู้อื่นเสียแล้ว…
ชายชุดดำเห็นอย่างนั้นก็คล้ายจะพอใจมาก เขาเหลือบมองผู้อาวุโสกุ่ยแบหนึ่ง ก่อนกลับไปกวาดมองเหล่าคนที่ยืนเรียงแถวกันอยู่ในแถวที่หนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชาแฝงไว้ด้วยแววนึกสนุก “เช่นนั้นก็ให้ข้าดูหน่อย ว่าพวกเจ้าผ่านการฝึกฝนจริงๆ หรือยัง”
ได้ยินแล้ว แม้คนหนึ่งร้อยยี่สิบสามคนสวมหน้ากากไว้จึงดูเหมือนไร้อารมณ์ แต่พวกเขาก็อดหวั่นใจไม่ได้ นี่ต้องการจะทดสอบพลังของพวกเขางั้นหรือ? เขาจะทดสอบอย่างไร?
ท่ามกลางกลุ่มคน เฟิ่งจิ่วที่ยืนอยู่ข้างหน้าแม้สายตาไร้คลื่นลมเหมือนคนอื่นๆ แต่ครั้นเห็นชายชุดคลุมสีดำใส่หน้ากาก รวมถึงผู้ติดตามของเขา ก็อดตะลึงไม่ได้
หากเธอจำไม่ผิด คนที่ใส่หน้ากากผู้นี้ก็คือคนที่เธอเคยช่วยในโรงหมอตอนนั้น ผู้ชายที่นอนเปลือยทั้งตัว ใส่แต่หน้ากาก และพอเธอเดินเข้าไปในโรงหมอ ก็ได้กลิ่น