ือดในทันใด
แรงกดดันอันแข็งแกร่งพุ่งปะทะออกมา ความหวาดกลัวที่มาจากจิตวิญญาณเช่นนั้น ทำให้เขาที่คิดจะขยับร่างกายได้แต่ยืนตัวแข็ง ราวกับร่างกายถูกควบคุม อยากขยับ อยากตะโกน แต่กลับทำไม่ได้
“ชิ้ง!”
พลังดาบอันดุดันพาดผ่าน ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินคนนั้นร้องครวญ เบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ ล้มลงไปทั้งที่ร่างกายยังแข็งทื่อยู่อย่างนั้น
“พลั่ก!”
เขาล้มลงไป ดวงตาจ้องเขม็งมาที่เฟิ่งจิ่ว ราวกับกำลังถามว่าทำไม
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองศพสามศพบนพื้นแวบหนึ่ง ก้มหยิบถุงฟ้าดินตรงเอวของพวกเขาขึ้นมา จากนั้นก็เรียกเปลวเพลิงกลางฝ่ามือออกมาเผาศพสามศพนั้นทิ้งเสีย
หนึ่งวันต่อมา หลังจากที่ทุกคนทะลวงขั้นเสร็จสิ้น แต่ละคนพากันมายืนตรงหน้าเฟิ่งจิ่วด้วยสีหน้าตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด แม้ในใจมีคำถามมากมายอยากถาม แต่กลับไม่ถามออกมา เพียงจ้องมองเขาด้วยแววตาที่แสดงออกถึงความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ พวกเขารู้นานแล้วว่าหัวหน้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่ความสามารถของเขานั้นลึกล้ำเพียงใด กลับไม่มีใครคาดเดาได้เลย ยิ่งครั้งนี้แสดงฝีมือเช่นนี้ให้เห็น ยิ่งทำให้พวกเขาตกตะลึง
ต้องบอกก่อนว่า แม้แต่ยาที่คนของวิหารราตรีให้พวกเขา ก็ไม่ได้เป็นยาระดับสูงและคุณภาพดีเหมือนของที่หัวหน้าให้พวกเขาเมื่อวาน ยามากมายขนาดนั้น หัวหน้ากลับมอบให้พวกเขาได้โดยไม่กระพริบตา หลังจากกินยา คนจำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบสามคน กลับมีคนเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในระด