ลงไปอย่างพร้อมเพรียง
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ เดินออกไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ร่ายเขตอาคมคุ้มกันให้พวกเขา
การฝึกวรยุทธ์ในช่วงนี้ ทำให้พลังของพวกเขาส่วนใหญ่อยู่ระดับกำเนิดวิญญาณขั้นกลาง มีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในระดับกำเนิดวิญญาณขั้นต้น ทว่าหลังจากที่กินยาซึ่งหาได้ยากของเฟิ่งจิ่วเข้าไป เหล่าผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณขั้นต้นทยอยก้าวกระโดดไปยังขั้นสูงสุด ส่วนพวกที่เดิมทีอยู่ในระดับกำเนิดวิญญาณขั้นกลาง กลับทะลวงขั้นสู่ระดับเซียนเหินโดยตรง
และในคนพวกนั้น พวกเหลยเซียวก็เป็นกลุ่มที่ทะลวงขั้นเข้าสู่ระดับเซียนเหินขั้นกลาง ส่วนคนอื่นอยู่ในระดับเซียนเหินขั้นต้น เพราะการทะลวงขั้นของพวกเขา เสียงฟ้าร้องจึงดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ฝึกวิชามารของวิหารราตรีหลายคนที่กำลังซุ่มอยู่ข้างนอกแตกตื่น
“สายฟ้านี้ดูไม่ค่อยปกติ พวกเราเข้าไปดูหน่อยเถิด!” ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินคนหนึ่งหันไปบอกสองคนข้างกาย จากนั้นทั้งสามก็มุ่งหน้าเข้าไปในป่าควันพิษ
คนพวกนั้นเข้าสู่การฝึกโหดในป่าผืนนี้ พวกเขาไม่ได้ตามเข้าไป เพียงทิ้งคนให้เฝ้าอยู่นอกป่าไม่กี่คน เพื่อคอยสังเกตความเคลื่อนไหว ยามนี้ จู่ๆ ได้ยินเสียงฟ้าผ่าครั้งแล้วครั้งเล่า ดูผิดปกติยิ่งนัก
เมื่อมุ่งหน้าไปยังจุดที่สายฟ้าฟาดลงไป ยิ่งเข้าใกล้ ก็ยิ่งตกตะลึง เพราะสายฟ้าเพิ่งผ่าลงมาจากเบื้องบนเส้นหนึ่ง ไม่นานก็มีสายฟ้าอีกเส้นผ่าตามลงมา สายฟ้าเส้นแล้วเส้นเล่าหายลับไปบนพื้