เท่านั้น
กลับเป็นเฉินหลิ่งที่เห็นความเคลื่อนไหวของเฉินต้าซานแล้วสำทับมาว่า “อย่าฆ่าตรงนี้ ถ้าจะฆ่าก็ไปฆ่าเรือนข้าง ๆ เลือดจะได้ไม่กระเด็นเลอะเทอะไปทั่ว เก็บกวาดลำบาก”
จากนั้นก็สั่งการให้พวกเฉินเสิ่นที่เพิ่งจะได้นั่งลงเข้าไป ‘เก็บกวาด’ ข้าวของของสกุลจู อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
คราวนี้ ทุกคนล้วนเข้าใจหมดแล้วว่าเฉินต้าซานกำลังจะทำอะไร
เฉินเสิ่น สะใภ้ใหญ่ และสะใภ้รองเฉินแทบไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อเห็นแววตาเหี้ยมเกรียมที่มองมาของใครบางคน พวกนางก็ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง
แม่สามีกับลูกสะใภ้ทั้งสามคนรู้ใจกันอย่างหาได้ยาก สบตากันแวบหนึ่งก็รีบลุกขึ้นมา
คำพูดเหล่านั้น จูซานกับจูชีย่อมได้ยินแล้วเช่นกัน
จูชีใจหายวาบ “พี่สาม ท่านได้ยินไหม พวกเขา…พวกเขาจะฆ่าพวกเรา?!”
เขามีความคิดบริสุทธิ์ไร้เดียงสา คิดว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องฉกาจฉกรรจ์อย่างยิ่ง นั่นเป็นเรื่องที่มีแต่คนชั่วที่ใจทมิฬหินชาติเท่านั้นถึงจะกระทำได้ลงคอ
แต่ยามนี้ พวกเขาเพียงแต่มาเช่าเรือนพักเท่านั้น ไฉนจึง…
จูซานไม่เคยพบพานสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ใจร้อนรุ่มยิ่งนัก แต่มองจากภายนอก เขายังคงปลอบโยนจูชีอย่างสุขุมหนักแน่น “ข้าได้ยินแล้ว อย่ากลัว พวกเขาก็แค่พูดไปอย่างนั้น ไม่ลงมือจริง ๆ หรอก”
ขณะที่พูด เขาก็เห็นความเคลื่อนไหวของพวกผู้หญิงตระกูลเฉินและเห็นดาบเล่มเขื่องในมือเฉินต้าซาน
เขาสังเกตว่า สีหน้าของเฉินหลิ่งและลูกชายทั้งสองไม่ค่อยถูกต้องนัก