ยี่ยที่กำลังฝึกกระบี่กลอกลูกตาไปมา ครั้นเหลือบเห็นทั้งสองเดินออกไปไกลแล้ว จึงค่อยหยุดร่ายรำกระบี่
“หยางหยางๆ ท่านอาจารย์ไปแล้ว” เสียงเล็กแหลมของเฟิ่งเยี่ยกระซิบเบาๆ ในน้ำเสียงแฝงแววตื่นเต้นดีใจ
หยางหยางหยุดรำกระบี่ มองจุดที่สองคนนั้นเคยยืนอยู่ก่อนจะหันกลับมามองเฟิ่งเยี่ย ปั้นหน้าเข้มบอกว่า “อย่างไรเราก็ยังต้องฝึกต่อ”
หลังจากที่พบเจอเหตุการณ์อันตราย เขารู้ดีแก่ใจว่าต้องฝึกฝนอย่างหนัก จึงจะสามารถปกป้องคนที่อยากปกป้องได้ ฉะนั้นวันเวลาที่อยู่ที่นี่ ท่านอาจารย์สอนอะไรเขา เขาไม่เคยแอบอู้เลยสักครั้งเดียว
“แต่ว่าหยางหยาง ข้าคิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่แล้ว”
เด็กน้อยเบะปาก ดวงตาเปล่งประกายคู่นั้นรื้นไปด้วยน้ำตา เหมือนลูกหมาน้อยน่าสงสารตัวหนึ่ง “ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ได้เห็นหน้าข้านานขนาดนี้ พวกเขาต้องคิดถึงข้าแล้วแน่ๆ ข้าก็คิดถึงพวกเขาแล้ว คิดถึงมากๆ”
หยางหยางมองเขา ครุ่นคิดครู่หนึ่ง เอ่ยว่า “ท่านอาจารย์บอกว่ารอให้เราโตกว่านี้หน่อย มีกำลังปกป้องตนเองก็ลงเขาได้แล้ว”
“ต้องโตแค่ไหนจึงเรียกว่าโต? ต้องรอจนเหมือนท่านพี่ของข้า สูงถึงขนาดเขาจึงเรียกว่าโตหรือ?” เด็กน้อยยกมือทำท่าประกอบ เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นสูงๆ เพื่อบรรยายความสูงของเฟิ่งเซียว จนใจที่คนตัวเล็กเกินไป จึงทำได้เพียงวาดไม้วาดมืออยู่อย่างนั้นเอง
“นอกจากเติบโต ยังต้องเก่งขึ้นอีกด้วย หากท่านเก่งกาจได้เหมือนพี่สาวเฟิ่ง เช่นนั้นไม่ต้องรอให้โตก็แอบลง