าการที่หมายเลขเก้าออกหน้าในตอนนั้นไม่ใช่เรื่องผิด หากไม่ใช่เขาที่พุ่งตัวออกไป คนพวกนั้นมีแต่จะต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน”
ได้ยินอย่างนั้น คนอื่นล้วนเงียบกริบ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ได้วิจารณ์การกระทำของหมายเลขเก้าที่ออกหน้าในเวลานั้นมากนัก เพียงแต่ แค่รู้สึกผิดคาดที่เขามีไหวพริบและการตอบสนองดีขนาดนั้น ยิ่งนึกไม่นึกว่าในนาทีนั้นเขาจะช่วยเหลือคนพวกนั้น ลงมือสังหารพวกเขา ทำให้พวกเขาได้ตายสบาย
“เหอะ! ใครจะไปรู้ว่าเวลานั้นเขาคิดอะไรอยู่? เขาพูดเองไม่ใช่หรือ? ว่าตนเองได้กลายเป็นคนของวิหารราตรีแล้ว? นั่นก็คือสุนัขรับใช้ชัดๆ” ชายฉกรรจ์คนนั้นดูแคลนเฟิ่งจิ่วอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเขาถูกคัดเลือกให้เป็นหัวหน้ากลุ่มก็ยิ่งขุ่นเคือง จึงได้ดูแคลนเขา ด่าเขาว่าเป็นสุนัขรับใช้
“ไปกันเถิด! ไปดูข้างหน้ากัน” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองชายฉกรรจ์แวบหนึ่ง ไม่ได้สนใจเขา เพียงดึงปี้ซานเดินไปข้างหน้า
เหลยเซียวเห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เดินผ่านชายฉกรรจ์ตามเฟิ่งจิ่วไปข้างหน้า คนข้างหลังย่อมเดินตามไปด้วย และด้านหลังสุด ชายฉกรรจ์ที่อยู่ห้องนอนเดียวกับพวกเฟิ่งจิ่วเหลือบมองชายคนที่ด่าเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่งขณะเดินผ่านเขา ก่อนจะเดินตามไป
พอเห็นทุกคนต่างยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเจ้าหนูนั่น ชายฉกรรจ์รู้สึกเจ็บใจ และแค้นเคือง เขาขบกรามสบถด่า จากนั้นก็รีบสาวเท้าเดินตามไป
คอยดูเถิด! เขาจะรอดูว่าเจ้าหนูน