าย แต่กลับโดดเด่นกว่าคนธรรมดา
หลังจากใส่เสื้อแล้ว ร่างกายที่เดิมแลดูผอมแห้งของเด็กหนุ่มกลับไม่ได้ดูผอมขนาดนั้นอีก แน่นอน หากจะเทียบกับชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำล่ำสันอย่างพวกเขานั้นไม่อาจเทียบได้อยู่แล้ว
ทว่ากลับดูองอาจผึ่งผาย สะดุดตายิ่งนัก
“นี่เป็นป้ายห้อยเอวที่คนพวกนั้นสั่งให้คนเอามาให้ ข้างบนเขียนตัวเลขเอาไว้ เป็นวันที่ที่เราฝึกฝนอยู่ในนี้” ปี้ซานยื่นป้ายแผ่นหนึ่งให้เธอ
เฟิ่งจิ่วรับไปดูแวบหนึ่ง ก็อดยิ้มไม่ได้ “เก้า?” บังเอิญจริง
“อืม ข้ากับพวกเหลยเซียวรับมา จึงเอามาให้เจ้าด้วย คนที่อยู่มุมสุดตรงนั้นได้เลขหนึ่ง”
ปี้ซานพยักพเยิดให้เฟิ่งจิ่วหันไปมอง ชายที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงตำแหน่งติดกำแพงอีกด้านของเตียงยาว ก็คือชายฉกรรจ์ที่พวกเขาเจอในป่าผืนนั้นนั่นเอง
“นอนกันเสีย! ยังจะคุยอะไรกันอีก!” เสียงตวาดหนึ่งดังเข้ามาจากข้างนอก คนข้างในจึงไม่มีใครพูดอะไรอีก เพียงเอนตัวลงนอนบนเตียงเงียบๆ
จนกระทั่งวันต่อมาขณะที่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ทุกคนรีบไปรวมตัวกันที่สนาม ครั้นไปถึงที่นั่น สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจก็คือ ภายในชั่วข้ามคืน ด้านหนึ่งของสนามถูกขุดจนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ ในหลุมเต็มไปด้วยงูพิษ และห่างออกไปไม่ไกลก็มีคนสิบกว่าคนถูกคุมตัวเข้ามา ยืนอยู่ตรงหน้าหลุมนั้น แต่ละคนเมื่อเห็นงูพิษในหลุมก็พากันหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดทันที