ูดอย่างไม่พอใจ “ข้าแค่ไม่ได้โกนหนวดมาหลายเดือน แบกรับคำเรียกท่านลุงของเจ้าไหวเสียที่ไหน? ปีนี้ข้าเพิ่งอายุยี่สิบสามปีเองนะ!”
ครั้นได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก “เอาเถิด! พี่ชายท่านนี้ กางเกงชั้นในตัวนั้นของท่านอย่าถอดเลย ค่อยถอดตอนไปอาบน้ำเถิด!”
ได้ยินอย่างนั้น ทุกคนเพียงหัวเราะ บ้างก็หันไปยุ่งเรื่องของตนเองต่อไป ในใจพลางคิด เด็กหนุ่มคงไม่เคยอยู่ในห้องนอนรวมมาก่อนเป็นแน่ ไม่รู้ว่าชายฉกรรจ์อย่างพวกเขาอยู่กันสบายๆ ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น
“ล้วนเป็นชายด้วยกันจะเป็นไรไป?” ชายไว้หนวดแย้งอย่างไม่เห็นด้วย “อะไรที่ข้ามีเจ้าก็มี ยังจะอายอะไรอีก?” ขณะกล่าว ยังทำท่าจะถอดกางเกงชั้นในต่อ
เฟิ่งจิ่วหมายจะพูดอะไร แต่กลับเห็นเขาถอดกางเกงชั้นในอย่างไม่ลังเล เห็นอย่างนั้น เธอได้แต่ถอนหายใจ เหลือบมองชายไว้หนวดแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาออกไปเงียบๆ
ไม่ใช่ว่าเธออายที่จะมอง แต่เธอคิดว่าภายหน้าคนคนนี้คงไม่มีหน้าเดินไปเดินมาต่อหน้าเธอแน่ๆ…
เตียงยาวที่นอนได้สามสิบคน พวกเขานอนกันเพียงยี่สิบห้าคน เฟิ่งจิ่วเลือกจุดที่อยู่ชิดมุมที่สุด เดิมไม่ได้สังเกตว่าใครนอนใกล้เธอ แต่หลังกลับมาจากอาบน้ำ แล้วเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างที่นอนเธอก็อดแปลกใจเล็กน้อยไม่ได้
เป็นปี้ซานนั่นเอง
เห็นเฟิ่งจิ่วเข้ามา สายตาของคนอื่นๆ ต่างจ้องมองมาที่เธอ เห็นเด็กหนุ่มที่เดิมสวมชุดสีเขียวยามนี้เปลี่ยนใส่เสื้อผ้าสีดำ รูปร่างหน้าตาแม้ไม่ได้พิเศษมากม