องขอความช่วยเหลือของคนพวกนั้นก็ไม่รู้ว่าหายไปในนี้เพราะเหตุใด
น่าสนใจ
เธอกระตุกมุมปาก เผยยิ้มออกมา ปล่อยดวงจิตออกไปในทันที รับรู้ได้ว่ารอบข้างไม่มีผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินและระดับกำเนิดวิญญาณจับตาดูอยู่ จึงค่อยชะลอฝีเท้าแล้วทำเหมือนเดินไปเรื่อยเปื่อยในค่ายกลแห่งนี้
ส่วนคนเหล่านั้นที่อยู่ข้างหน้า หลังเดินไปได้พักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ จึงอดหยุดเดินไม่ได้ “ไม่ใช่แล้ว! เหตุใดจึงเหมือนเดินวนอยู่ข้างในตลอดเลย?”
“คนที่ร้องขอความช่วยเหลือเมื่อครู่เล่า? เหตุใดไม่ได้ยินเสียงแล้ว?” เหลยเซียวที่อยู่ข้างหน้าถามขึ้น กลับไม่มีใครให้คำตอบได้
เวลานี้เอง ชายที่บอกว่าตนเองชำนาญเรื่องค่ายกลเริ่มมีเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก ปากก็พึมพำเบาๆ “เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไรกัน? เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? ค่ายกลนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนเองได้ด้วย? เมื่อกี้ตอนเข้ามาไม่ใช่อย่างนี้นี่นา!”
ได้ยินอย่างนั้น ทุกคนมีหรือจะไม่รู้ว่าพวกเขาถูกขังไว้ในนี้แล้ว ชั่วขณะหนึ่งต่างพากันเงียบ ทว่าในเวลานี้เอง ปี้ซานที่อยู่ข้างหน้าตะโกนเรียก “เจ้าหนู? เจ้าหนู? เจ้าอยู่หรือไม่?”
ผ่านไปครู่หนึ่งยังไม่ได้ยินเสียง ก็เริ่มสังหรณ์ใจ จึงถาม “เด็กหนุ่มคนนั้นเล่า? ใครเห็นเขาบ้าง?” ปี้ซานนับจำนวนคนเดินไปจนถึงด้านหลังสุด ถามว่า “เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างหลังเจ้าเล่า? เขาดึงเสื้อเจ้าไว้ไม่ใช่หรือ? เขาหายไปเหตุใดเจ้าจึงไม่บอก?”
“ใครจะไปรู้ว่าเขาหายไป? เขาไม่ได้ดึง