วกเขาที่รู้เรื่องค่ายกลก็เป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลัง เขาที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานจะรู้มากกว่าได้อย่างไรกัน?
“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ พวกเจ้าสองคนไปดูกับข้าก่อนก็แล้วกัน!” ชายฉกรรจ์ที่บอกว่าตนเองชำนาญเรื่องค่ายกลหันไปพูดกับชายอีกสองคน ก่อนจะเดินนำไปก้าวหนึ่ง
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วจึงลดมือลงอย่างประดักประเดิด เอาเถิด! จะเมินเธอก็เมินไป เธอจะเป็นอากาศธาตุต่อไปก็แล้วกัน
สามคนนั้นออกไปสำรวจเส้นทางก่อน พลางวิเคราะห์ดูว่าเป็นค่ายกลแบบใด คนอื่นต่างรออยู่ที่เดิม กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง สามคนนั้นก็ย้อนกลับมา
“ไปกับข้าเถิด! ค่ายกลนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เป็นเพียงค่ายกลพรากวิญญาณที่พบเห็นบ่อยๆ แม้จะถูกดัดแปลงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่” ชายที่บอกว่าตนเองชำนาญเรื่องค่ายกลอธิบาย ก่อนส่งสัญญาณให้ทุกคนออกเดินไปพร้อมกับเขา
เห็นอย่างนี้ ทุกคนมองหน้ากันแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินตามพวกเขาสามคนเข้าไปในม่านหมอก ภายในค่ายกล หมอกหนาขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นแม้แต่คนข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ คนข้างหน้าให้คนข้างหลังดึงเสื้อผ้าของพวกเขาไว้ ส่วนเฟิ่งจิ่วเดินรั้งท้ายสุด ไม่ได้ดึงเสื้อคนข้างหน้าไว้ คนข้างหน้าก็ไม่ยอมให้เธอดึงเสื้อ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเดินตามไปเงียบๆ
เพียงแต่ ครั้นเดินมาได้ระยะหนึ่ง เธอกลับตะลึงเล็กน้อย ยักคิ้วแล้วหยุดเดิน มองเห็นได้ไม่ค่อยชัด แต่ฟังเสียงฝีเท้ากลับเหมือนอยู่แค่ตรงหน้า อีกทั้งเสียงร้