ู้ว่าหญ้าที่เธอกินเป็นหญ้าสมุนไพรป่าชนิดหนึ่ง เป็นสมุนไพรที่สามารถกระตุ้นการสร้างน้ำลายและช่วยแก้หิวได้
“เอ้า ให้เจ้า” ปี้ซานโยนผลไม้สีเขียวขนาดเท่าไข่ไก่ฟองหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเอามาจากที่ใดให้เฟิ่งจิ่ว
ใครจะรู้ จู่ๆ กลับมีมือหนึ่งเข้ามาขวาง
“เจ้าหนูนั่นกินไปก็เสียเปล่า จะให้เขาไม่สู้ให้ข้าดีกว่า” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ย เขาแย่งผลไม้ลูกนั้นไปทำท่าจะกิน ทว่า ปี้ซานเบิกตากว้างด้วยความโมโห ก้าวไปข้างหน้าเอื้อมมือไปจับแขนของชายฉกรรจ์ไว้แน่น
“ใครให้เจ้า? เอามา!” ขณะที่เขาจะเอาผลไม้คืน คนผู้นั้นกลับลงมือโจมตีเขากะทันหัน ปี้ซานรีบโต้กลับ ทั้งสองเริ่มต่อสู้กันทันที
หากเป็นแต่ก่อน ผลไม้ลูกหนึ่งไม่มีใครเห็นอยู่ในสายตา ทว่าหลายเดือนที่พวกเขาถูกขังไว้ในสนามแห่งนั้น นอกจากฝึกฝนการต่อสู้แล้ว แต่ละวันแทบไม่ได้กินอิ่ม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่ออยู่ในป่าผืนนี้เลย พวกเขาสูญเสียพลังงานไปมาก น้ำก็ไม่ได้ดื่ม อาหารก็ไม่ได้กิน สำหรับพวกเขา ผลไม้หนึ่งลูกย่อมมีค่าต่างจากแต่ก่อนอยู่แล้ว
คนรอบๆ เห็นอย่างนั้น ก็เพียงเหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปจับจ้องเฟิ่งจิ่ว สายตาของพวกเขาแตกต่างกันออกไป พวกเขาแปลกใจที่สองคนนั้นถึงขนาดต่อสู้กันเพียงเพื่อผลไม้ลูกเดียว ยิ่งแปลกใจที่ชายคนนั้นกลับยกผลไม้ที่ในเวลานี้ถือว่าเป็นสิ่งล้ำค่ามากให้เด็กหนุ่ม เพราะอย่างไร เด็กหนุ่มคนนั้นก็เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเขา
แม้เขาจะเดินผ่านป