รเกิดขึ้นก็ไม่ปาน
ส่วนเฟิ่งจิ่วกลับยืนมองอย่างอึ้งๆ ด้วยใบหน้าซีดเผือด สายตาแสดงถึงความหวาดกลัวได้อย่างพอดี ภายใต้การแสดง ก็คือเด็กหนุ่มที่ตกใจกลัวจนทำตัวไม่ถูกคนหนึ่ง
เห็นดวงตากระหายเลือดคู่นั้นของผู้อาวุโสกุ่ยกวาดมองร่างกายของเธออย่างพิจารณา เธอไม่ขยับแม้แต่น้อย เพียงกลืนน้ำลาย “ทะ ที่นี่ที่ไหน? ขะ ข้าจะกลับบ้าน…”
“กลับบ้าน? หึๆๆ…” ผู้อาวุโสกุ่ยผู้นั้นราวกับได้ยินคำพูดน่าขำ เขาเปล่งเสียงหัวเราะอันเย็นเยียบ “เข้ามาในตำหนักยมราช พวกเจ้าล้วนเป็นผีน้อยที่อยู่ในกำมือข้า กลับบ้านงั้นหรือ? หึๆ อย่าได้เพ้อฝันไป”
สิ้นเสียงอันเย็นชา เขาพลันดีดนิ้ว กระแสอากาศขุมหนึ่งซัดใส่เฟิ่งจิ่ว
นาทีนั้น เฟิ่งจิ่วอยากตอบโต้โดยสัญชาตญาณ ทว่า เธอยังคงอดกลั้นไว้ทันเวลา เธอเปล่งเสียงร้องครวญครางโดยสัญชาตญาณเมื่อโดนกระแสอากาศขุมนั้นซัดใส่ อ้าปากเล็กน้อย อีกฝ่ายฉวยโอกาสนี้ดีดยาเม็ดหนึ่งใส่ปากของเธอ
“อ้วก!”
เธอยกสองมือบีบคอตนเอง ทำท่าทางเหมือนคนอยากอาเจียน นาทีที่เธอก้มหัวโค้งตัวอ้าปากทำท่าจะอาเจียน ก็เหลือบเห็นป้ายห้อยเอวแผ่นหนึ่งของผู้อาวุโสกุ่ยที่ตกอยู่บนพื้น ยามเห็นป้ายห้อยเอวแผ่นนั้น สายตาของเธอพลันหรี่เล็ก แทบจะในเสี้ยวนาทีนั้น เธอรีบเก็บงำสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“เอาตัวออกไป คนข้างนอกจะสอนกฎระเบียบเขาเอง” ผู้อาวุโสกุ่ยโบกมือ หรี่ตาเล็กน้อย ไม่สนใจพวกเขาอีก เพียงหันกลับไปหยอกเย้ากับหญิงสาวในอ้อมแขน