ี่นี่ไม่เป็นไร ท่านไม่ต้องช่วยข้า”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอะไรอยู่? หากข้าไม่ช่วยเจ้าออกไป อีกไม่นาน เจ้าจะต้องตายแน่ๆ!” ผู้อาวุโสถานกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อยากจะปลดกุญแจ แต่กลับพบว่าเป็นกุญแจเหล็กดำ หากไม่มีลูกกุญแจแม้จะใช้ดาบหรือกระบี่ก็ฟันไม่ขาด
“ข้ารู้” เฟิ่งจิ่วเผยยิ้ม รอยยิ้มนี้ไม่ใสซื่อเหมือนดังเดิม แต่เป็นรอยยิ้มฉลาดและเจ้าเล่ห์ “ข้าเห็นว่าพวกเขาหมายหัวข้า จึงได้ใช้แผนซ้อนแผนเข้ามาดู เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าท่านปู่ถานจะตามมา”
ครั้นเห็นเด็กหนุ่มที่อยู่ในห้องเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ผู้อาวุโสถานชะงักเล็กน้อย “เจ้า…”
“ข้าถึงได้บอกว่าไม่เป็นไร รอข้าไม่อยากอยู่ที่นี่เมื่อใด ย่อมจะออกไปเอง ข้าดูแลตนเองได้ ท่านปู่ถานไม่ต้องห่วงข้า” เธอยิ้มบอก หยุดพูดไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ท่านปู่ถานรีบหนีไปตอนที่พวกเขายังไม่รู้ตัวเถิด! พรุ่งนี้พวกเขาจะย้ายข้าไปที่อื่น ข้าอยากรู้ ว่าเบื้องหลังของหอรวมสมบัติคือสถานที่แบบใดกันแน่?”
ผู้อาวุโสถานมองเฟิ่งจิ่วด้วยสีหน้าสับสน สุดท้ายจึงถามประโยคหนึ่งออกมา “เจ้าตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ต่อจริงหรือ?”
“อืม” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ยิ้มตาหยีตอบว่า “ข้าว่างไม่มีอะไรทำพอดี รอดูสักหน่อยก็แล้วกัน!”
ได้ยินอย่างนั้น ผู้อาวุโสถานพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง รู้สึกเพียงว่าเด็กหนุ่มมองเรื่องราวง่ายเกินไป