จากแผงลอย ในดวงตาที่หลุบต่ำของเฟิ่งจิ่วมีประกายมืดมนพาดผ่าน ครั้นเงยหน้าอีกครั้ง ดวงตากลับสุกสว่างและใสซื่อ เธอเดินผ่านถนนหลายเส้นเพื่อมุ่งหน้าไปที่มุมถนน หลังจากที่ซื้อเนื้อน้ำค้างที่ร้านมุมถนนแห่งนั้น และตั้งใจจะเดินกลับ ก็เห็นผู้ดูแลวังที่เคยพบหน้ากันครั้งหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน
“หึๆ สหายน้อย บังเอิญจริงๆ! เจ้าก็มาซื้อเนื้อน้ำค้างหรือ!”
มองดูคนเบื้องหน้าเดินมาพร้อมกับรอยยิ้ม ทักทายกับเธอราวกับเป็นคนรู้จักมักคุ้น เฟิ่งจิ่วหยักยกมุมปาก เผยรอยยิ้ม “ที่แท้ก็ผู้ดูแลวังนี่เอง!”
“ครั้งที่แล้วยังไม่ทันได้คุยกับเจ้า เจ้าก็ถูกผู้อาวุโสถานพาตัวไปก่อน สองวันนี้ข้าเฝ้านึกถึงตลอดเลย!” ผู้ดูแลวังยิ้มเอ่ย
“มีเรื่องจะคุยกับข้าหรือ?” เฟิ่งจิ่วกะพริบตา หน้าตาดูไร้เดียงสา “ท่านว่ามาเลย! ข้าฟังอยู่!”
“ที่นี่คนเยอะ ไม่ทราบว่า…” เขายิ้มๆ ชี้ไปยังตรอกที่อยู่ไม่ไกล
“ได้สิ!” เธอยิ้มรับ เดินตามเขาไปที่ตรอกเส้นนั้น ทว่า ครั้นมาถึง ก็ได้กลิ่นหอมแปลกๆ ทันทีที่ได้กลิ่นหอมนั้น เท้าของเฟิ่งจิ่วก็อ่อนแรงเดินเซเล็กน้อย
“ทำไมข้ารู้สึกเวียนหัว?” เธอพึมพำ ร่างกายฟุบล้มไปบนพื้นทันที
ผู้ดูแลวังเห็นเด็กหนุ่มที่ล้มลงไปบนพื้น ก็หัวเราะเบาๆ พลางขานเรียก “สหายน้อย? สหายน้อย?” เห็นว่าไร้การตอบสนอง จึงหุบรอยยิ้มบนใบหน้า แล้วหันไปออกคำสั่งกับอากาศ “เอาตัวไป”
เห็นเพียง คนชุดดำคนหนึ่งไม่รู้โฉบกายออกมาจากที่ใด ว่องไวปานผีสาง เขาเ