ที่เข้ามาพร้อมกับเฟิ่งจิ่วเมื่อครู่กำลังจะกลับ หางตาเหลือบเห็นเหตุการณ์ หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย รีบก้าวเข้ามาตวาดเฟิ่งจิ่วทันที “ข้าบอกให้เจ้าตามติดข้าไม่ใช่หรือ? เหตุใดเข้ามาในนี้แล้วจึงเดินเตร่ไปทั่วเช่นนี้? ช่างไร้ระเบียบนัก!”
ตำหนิเสร็จ ก็รีบหันไปพูดกับชายวัยกลางคน “ผู้ดูแลวัง นี่เป็นหลานชายข้า หากมีเรื่องใดบาดหมางกัน ก็โปรดอย่าได้ถือสากัน”
ชายวัยกลางคนเห็นอย่างนั้น สายตาก็ไหวระริกเล็กน้อย เขาหันมองชั้นสองแวบหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มบอกผู้อาวุโสถานว่า “ที่แท้น้องชายก็เป็นหลานชายของผู้อาวุโสถานนี่เอง”
“หากผู้ดูแลวังไม่มีเรื่องอื่นแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวลา” กล่าวจบ ก็ประสานมือคารวะ จากนั้นก็พยักหน้าให้เฟิ่งจิ่วออกไปพร้อมกับเขา
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วกลับไม่ได้พูดอะไร เดินตามผู้อาวุโสถานออกไปเงียบๆ มาถึงข้างนอก เธอรู้สึกว่าชายชราชุดเทาข้างหน้าร่างกายยังคงตึงเกร็ง เหมือนกำลังตื่นตระหนกอะไรบางอย่าง
เธอเดินตามเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยปากลาไปกลางทาง เพราะข้างหลังพวกเขา มีคนตามมา
กระทั่งเดินผ่านถนนหลายสาย เข้ามาในตรอกเส้นหนึ่ง ยามเดินเลี้ยวเข้ามาในลานสวนเล็กๆ แห่งหนึ่ง แล้วปิดประตู ชายชราชุดเทาเข้ามาในเรือนก่อนจะถอนหายใจ จากนั้นก็ขมวดคิ้วมองเฟิ่งจิ่ว
“เจ้าหนู เจ้าคงมาจากต่างถิ่นกระมัง?”
“ข้าเพิ่งลงจากเขามา” เฟิ่งจิ่วเผยรอยยิ้มใสซื่อ
ชายชรามองพิจารณาเฟิ่งจิ่ว เห็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางใสซื่อ กอปร