่าจะหายแล้ว”
อาวุโสลู่ได้ยินก็ลอบคิดในใจ ประมาณหนึ่งเดือนก็สามารถรักษาโรคนี้ได้แล้วหรือ?
“ประมาณหนึ่งเดือนจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้ ผ่านไปครึ่งเดือนก็เห็นผลได้แล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้ม เอ่ยว่า “กินข้าวก่อนเถิด! กินเสร็จแล้วพักก่อนครู่หนึ่ง จากนั้นข้าจะฝังเข็มให้ท่าน”
ได้ยินอย่างนั้น พวกเขาพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก เพียงกินอาหารมื้อนี้กับเขา เพียงแต่ แม้ตรงหน้ามีอาหารเลิศรส ทว่านอกจากเฟิ่งจิ่วคนเดียว อีกสามคนที่เหลือเอาแต่คิดถึงเรื่องอาการป่วย จึงกินได้ไม่มากนัก
หลังมื้ออาหาร ทั้งสี่ดื่มชาไปสองสามถ้วย และย้ายจากหอสุราไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
ในห้องรับแขก
“ถอดเสื้อตัวบนออกแล้วนอนราบไปกับเตียง” เฟิ่งจิ่วเอ่ย จากนั้นก็เอียงคอพูดกับอาวุโสลู่ “ข้าสอนท่านฝังเข็ม ต่อไปภายหน้าท่านจะได้ฝังเข็มรักษาท่านลุงลู่ได้ มีวิชาฝังเข็มวิชานี้และยาคอยช่วย ประสิทธิภาพจะยิ่งดีกว่า”
อาวุโสลู่ได้ยินก็ตื่นเต้นดีใจ “สะ สอนข้าหรือ? นะ นี่จะได้อย่างไรกัน?” โดยทั่วไปแล้ว หากไม่ใช่ศิษย์ก็ไม่สอนกัน แต่นี่เขากลับ…
“วิชาแพทย์ของท่านก็ไม่เลว ข้าบอกเคล็ดลับสำคัญให้ท่านก็พอ จะไม่ได้ได้อย่างไรกัน?” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ สั่งให้ลู่จี้หมิงออ