จวนใหม่”
“ขอรับ พวกเราเข้าใจแล้ว” ทั้งสองรับคำ
“นี่ก็สายมากแล้ว สหายน้อยเฟิ่งน่าจะตื่นแล้ว ไปเถิด! ไปเรียกเขาไปกินอะไรด้วยกันหน่อย” นายท่านลู่กล่าว เขาจัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ ก่อนจะสาวเดินออกไปนอกห้อง
สองคนข้างหลังพอเห็นเขากระปรี้กระเปร่า ก็อดมองตากันไม่ได้ ก่อนจะเดินตามออกไป
“สหายน้อยเฟิ่ง” นายท่านลู่เคาะประตูพลางขานเรียก ทว่ากลับไร้เสียงตอบกลับ
“สหายน้อยเฟิ่ง? สหายน้อยเฟิ่ง?” อาวุโสลู่เองก็เข้ามาเคาะประตูเรียกด้วย แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบ จึงอดกล่าวไม่ได้ว่า “น่าแปลก หรือว่าจะหลับลึกปานนั้น?”
“นายท่านทั้งหลาย คุณชายที่พักห้องนี้คืนห้องและไปแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ที่ขึ้นมาจากชั้นล่างเห็นพวกเขายืนล้อมอยู่ตรงนั้น จึงบอกกล่าวให้รู้
“เขาไปแล้ว? ไปเมื่อใด?” ทั้งสามตะลึง อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอย่างพร้อมกัน
“ตอนเช้า ฟ้าสางก็ไปแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ตอบ ชะงักไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ยต่อว่า “อ้อ ใช่แล้ว คุณชายท่านนั้นยังฝากมาบอกว่า หากมีวาสนาก็ค่อยพบกันใหม่”
ได้ยินอย่างนั้น พวกนายท่านลู่ต่างรู้สึกบอกไม่ถูก เหตุใดจึงไปทั้งอย่างนี้แล้วเล่า? นายท่านลู่ถอนหายใจ “ตลอดการเดินทางก็เอาแต่เรียกเขาว่าสหายน้อยเฟิ่