หมดสติไปอีกแล้วใช่หรือไม่?” นายท่านลู่ถาม หันมองทุกคนที่อยู่รอบๆ แล้วเผยยิ้มออกมา “ไม่ต้องห่วง ไม่เป็นไร กินยาก็ดีขึ้นเอง”
กลุ่มคนตระกูลลู่ที่อยู่รอบๆ แต่ละคนมองนายท่านของพวกเขาด้วยสายตาซับซ้อน เมื่อกี้ไม่ใช่หมดสติ แต่สิ้นลมไปเลยต่างหาก หากไม่ได้เด็กหนุ่ม เกรงว่า…
นึกถึงตรงนี้ ทุกคนหันไปมองเด็กหนุ่มที่ยืนอุ้มเสือขาวตัวน้อยอยู่ใต้ต้นไม่อีกครั้ง อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหนุ่มนี่เป็นใครกันแน่ เขารักษาเป็นแค่สัตว์จริงหรือ? แต่เมื่อครู่…เมื่อครู่เป็นเขาที่ช่วยนายท่านของพวกเขาไว้ชัดๆ
“พวกท่านมองข้าทำไม? นายท่านลู่ไม่เป็นไรแล้วไม่ใช่หรือ?” เฟิ่งจิ่วลูบเสือขาวตัวน้อยในอ้อมแขน หาวหวอดๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไป
นี่เพิ่งจะเที่ยงคืนเอง! เธองีบต่ออีกสักหน่อยดีกว่า
“มีอะไรหรือ?” นายท่านลู่เห็นบรรยากาศแปลกๆ จึงถามขึ้น
“ท่านพ่อ เมื่อครู่ท่าน ท่าน…” ลู่จี้หมิงอยากบอกเขาว่าเมื่อครู่ท่านสิ้นลมไปแล้ว แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากกลับไม่รู้จะพูดออกไปอย่างไรดี ได้แต่หันไปมองผู้อาวุโสลู่ที่อยู่ข้างๆ
ผู้อาวุโสลู่ละสายตากลับมาจากเฟิ่งจิ่ว ก่อนบอกนายท่านลู่ว่า “นายท่าน เมื่อกี้ท่านตายไปแล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น นายท่านลู่ตะลึง เหมือนไม่ค่อยเข้าใจ “ตายแล้ว? จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?” เขาตายแล้วจะฟื้นขึ้นมาอีกได้อย่างไร?
“เป็นเรื่องจริงขอรับ”
ลู่จี้หมิงที่อยู่ข้างๆ เอ่ยเสริม อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเฟิ่งจิ่ว “หากไม่ใช่เขา ท่านพ่อคงไ