ิญญาณรวมถึงกลิ่นหอมของยาลอยแตะจมูก ชายชราเบิกตากว้าง จ้องเฟิ่งจิ่วด้วยความเสียดาย “จะ เจ้ากลับเอาของล้ำค่าถึงเพียงนี้ให้สัตว์วิญญาณตัวหนึ่งกิน? เจ้ากำลังทำเสียของอยู่นะ!”
“ผู้อาวุโสลู่ พูดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน! ของของสหายน้อยเฟิ่งเขาจะใช้อย่างไรก็แล้วแต่เขา เจ้าอย่าเสียมารยาท” นายท่านลู่ขมวดคิ้วว่า
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ เหลือบมองผู้อาวุโสลู่แวบหนึ่ง รู้ว่าเขาได้กลิ่นยาในมือเธอและรู้สรรพคุณของมัน จึงไม่ตำหนิเขา
ผู้อาวุโสลู่ได้ยินก็หันไปอธิบายกับนายท่านลู่ “นายท่าน ท่านไม่รู้ ในมือเขาจะต้องเป็นน้ำยาระดับห้าขึ้นไปแน่นอน น้ำยาระดับห้าขึ้นไปเชียวนะ! ขะ เขากลับเอามาป้อนเสือน้อยตัวหนึ่งอย่างนี้ ถึงจะไม่ใช่ของข้า ข้าเห็นก็ยังเสียดายอยู่ดี!”
นายท่านลู่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตะลึง รู้สึกเหนือความคาดหมายเล็กน้อย “น้ำยาระดับห้าขึ้นไป?” เขาอึ้งงัน สายตาที่หันไปมองเฟิ่งจิ่วยิ่งรู้สึกแปลกใหม่
คราวนี้เป็นน้ำยาระดับห้าขึ้นไปเชียวหรือ? น้ำยาระดับห้าขึ้นไปนี้หากอยู่ในตลาดประมูลนับว่าเป็นของล้ำค่าที่ผู้คนต่างแย่งชิงกัน เขากลับเอามันออกมาป้อนสัตว์วิญญาณ? สหายน้อยเฟิ่งผู้นี้เป็นใครกันแน่? เขารู้หรือไม่ว่าน้ำยาระดับห้าขึ้นไปมีค่าขนาดไหน?
“สหายน้อยเฟิ่ง น้ำยาวิญญาณนี้เจ้าเอามาจากที่ใด?” นายท่านลู่อดถามไม่ได้
“ท่านอาจารย์ของข้าให้มาขอรับ!” เฟิ่งจิ่วตอบเหมือนมันเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ว่าเรื่องใดก็ล้วนโยนให้ท่