ลับไม่นึกว่าสหายน้อยเฟิ่งจะมีวิชาแพทย์และความสามารถเช่นนี้ ช่างเหนือความคาดหมายยิ่งนัก”
“ฮะๆ ไม่หรอกขอรับ! ข้าก็ทำเป็นเท่านี้ อยู่ในป่าในเขาหากเสื้อผ้าขาดก็ต้องเย็บเองนี่ขอรับ! ฝึกไปฝึกมาก็คล่องมือเสียแล้ว” เธอยิ้มตาหยีแล้วบอก ท่าทางขัดเขินและเหนียมอายเล็กน้อย
เธอไม่พูดประโยคนี้ยังดี แต่พอได้ยินอย่างนั้น แม้แต่นายท่านลู่ก็ยังอดมุมปากกระตุกไม่ได้ ที่แท้เด็กหนุ่มก็เย็บเนื้อหนังของเสือตัวนั้นเหมือนที่เย็บเสื้อผ้า? แต่ว่า ทำเป็นเท่านี้จริงหรือ? จากที่เขาเห็นนั้นไม่ใช่แน่ๆ แต่ในเมื่อเจ้าตัวว่าอย่างนั้น เขาก็ไม่อยากถามมากอีก เพราะอย่างไรก็พบเจอกันโดยบังเอิญเท่านั้น กับคนที่บังเอิญเจอกันจะไม่บอกหมดทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“อ้อ ใช่แล้ว ผู้ฝึกตนพวกนั้นล้วนจัดการหมดแล้ว ของที่ได้จากตัวพวกเขาล้วนอยู่ตรงนี้” นายท่านลู่บอก แล้วหันไปมองลูกชายที่อยู่ข้างๆ “จี้หมิง เอาของให้สหายน้อยเฟิ่งให้หมด”
“ขอรับ” ลู่จี้หมิงเปิดห่อผ้าแล้วยื่นของข้างในไปข้างหน้า “ของเหล่านี้ล้วนได้มาจากผู้ฝึกตนพวกนั้น มีทั้งแหวนมิติ ทั้งถุงฟ้าดิน ของข้างในน่าจะมีไม่น้อย พวกเราไม่ได้เปิดดู”
เฟิ่งจิ่วกระดกคิ้ว มองพวกเขา “ให้ข้าหรือ?”
“หึๆ ไม่ใช่ให้เจ้า แต่ของพวกนี้เดิมก็เป็นของเจ้าอยู่แล้ว!” นายท่านลู่หัวเราะ
“แต่ว่า คนพวกนี้ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่าเสียหน่อย!” เฟิ่งจิ่วกะพริบตาปริบๆ ไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ
เหล่าชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ด้าน