อกว่าข้างล่างมีคนชั่วเยอะ ต้องมีอะไรป้องกันตัวไว้บ้างจึงจะไม่เสียเปรียบคนอื่น”
“เข้าใจๆ” ชายชราถอนหายใจเบาๆ พยักหน้า เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องอธิบายแล้ว
“เอาล่ะ พักผ่อนกันก่อนเถิด!” นายท่านลู่สั่ง มองเฟิ่งจิ่ว “สหายน้อยเฟิ่งเองก็พักก่อนเถิด!”
“ขอรับ” เฟิ่งจิ่วพยักหน้ายิ้มตาหยี เดินมานั่งลงข้างเสือขาว
เห็นอย่างนั้น คนของตระกูลลู่ก่อไฟอีกหนึ่งกอง นายท่านลู่นั่งพิงต้นไม้แล้วหลับตาพักผ่อน
กลางดึกสงัด เสียงของสัตว์ร้ายดังออกมาจากในป่ารางๆ เสียงแมลงร้องดังขึ้นท่ามกลางค่ำคืน ผสมผสานกับเสียงของกิ่งไม้ที่แตกยามถูกไฟเผา
แม้จะยังเฝ้าระวังต่อสถานการณ์รอบข้าง แต่กลับสู้ความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาไม่ไหว นอกจากสี่คนที่ผลัดกันเฝ้าเวรยาม คนอื่นต่างค่อยๆ หลับไปอย่างสะลึมสะลือ
ลมหายใจของทุกคนค่อยๆ สม่ำเสมอ เมื่อเลยช่วงเที่ยงคืนไป ยามเช้าตรู่มาเยือน ท้องฟ้าค่อยๆ สว่างขึ้น แม่เสือขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตาโพลง
ตอนที่แม่เสือตื่นขึ้นมา เฟิ่งจิ่วที่นอนหลับพิงตัวแม่เสืออยู่ก็ลืมตา สบตากับดวงตาตกตะลึงระคนมึนงงของแม่เสือเข้าพอดี
เห็นสีหน้าอย่างนั้น เธออดยิ้มมุมปากไม่ได้ “เจ้ายังไม่ตาย ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้”
เธอกวาดมองคนรอบๆ อย่างเงียบงัน เห็นว่าไม่มีใครสังเกตจุดที่เธออยู่ ด้วยเหตุนั้น ท่ามกลางสายตาสงสัยของแม่เสือ มือของเธอลูบแผลที่ท้องของแม่เสือ ประกายแสงสีเขียวเล็กๆ ออกมาจากกลางฝ่ามือของเธอ สาดทับลงไปบนแผ