ส้นเล็กๆ พาดผ่าน เสียงแหวกอากาศดังวืดก่อนจะแทงเข้าไปที่ข้อมือของคนถือกระบี่ กระบี่ยาวเล่มนั้นร่วงลงกระทบพื้นพร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของคนผู้นั้น
ครั้นหลุดพ้นจากอันตราย เสือขาวพลันตะลึง มันกวาดสายตามองรอบๆ ก่อนจะสะดุดอยู่ที่เงาร่างของเด็กหนุ่มในชุดสีเขียวที่อยู่ไม่ไกล มันสบตากับเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วร้องครางเบาๆ
เมื่อพวกของนายท่านลู่ที่อยู่ข้างหลังเฟิ่งจิ่วเห็นภาพนั้นก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ พวกเขาไม่เห็นว่าเฟิ่งจิ่วทำอะไร เห็นเพียงคนที่ถือกระบี่พุ่งแทงเสือขาวร้องเสียงหลง ก่อนที่กระบี่จะหลุดออกจากมือ
“ใครกัน!” ผู้ฝึกตนที่ทำกระบี่หลุดมือตวาดเสียงเกรี้ยว ตวัดสายตากวาดมอง ก่อนจะหันไปจ้องกลุ่มของพวกนายท่านลู่
“ข้าเอง” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี เพียงแต่ ในดวงตากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม ยามเสียงเอื่อยเฉื่อยดังขึ้น เธอก็ทำท่าจะสาวเดินไปข้างหน้า
“สหายน้อยเฟิ่ง!” นายท่านลู่ไม่รู้มาอยู่ข้างเฟิ่งจิ่วตั้งแต่เมื่อใด เขาวางมือบนไหล่เฟิ่งจิ่ว พยายามจะห้ามปรามเธอ
เฟิ่งจิ่วหันกลับไป ยิ้มมองนายท่านลู่ “ไม่เป็นไร พวกเขาทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” เอ่ยจบ ก็สาวเท้าเดินไปข้างหน้า
“นายท่าน อย่าเข้าไปยุ่งขอรับ” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก้าวเข้ากระซิบบอกเบาๆ “พวกเรากับเขาเพียงพบกันโดยบังเอิญ ไม่ถึงขั้นต้องไปมีเรื่องกับคนพวกนั้นเพื่อเขา”
“ท่านพ่อ พวกเรามีคนไม่มากเท่าพวกนั้น จะให้ดีอย่าเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ดีกว่าขอรับ” ลู่จี้หมิงกระซิบเบ