ามรู้อยู่เต็มหัว กลับไม่ค่อยรู้สถานการณ์ของแต่ละพื้นที่มากนัก เหมือนอาศัยอยู่ในเขาลึกอย่างไรอย่างนั้น
“หา? ท่านรู้ได้อย่างไร?” เฟิ่งจิ่วเบิกตากว้าง หน้าตาฉงนฉงาย สีหน้าท่าทางใสซื่อเสียจนหลอกคนได้สนิทใจ ไม่มีใครดูออกเลยว่าที่จริงแล้วนี่คือจิ้งจอกน้อยต่างหาก
ได้ยินเฟิ่งจิ่วถามอย่างนั้น คนอื่นๆ ต่างมุมปากกระตุก ทั้งสองพูดคุยกันมาตลอดทาง พวกเขาได้ยินหมด หากแค่นี้ยังไม่รู้ เช่นนั้นก็ใช้ชีวิตมาเสียเปล่าแล้วกระมัง
ที่แท้เจ้าหนุ่มนี่ก็หัวช้านี่เอง พอได้ยินเขาถามอย่างนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าหัวช้า เขาคงไม่คิดว่าคนอื่นล้วนเหมือนเขา ที่อาศัยอยู่ในเขาลึกจนโง่งมหมดกระมัง?
“ฮะๆๆ…”
นายท่านลู่หัวเราะอย่างเบิกบานใจ บางทีอาจเพราะท่าทางของเฟิ่งจิ่วชวนให้ขบขัน หรืออาจเพราะคำถามซื่อๆ ที่ชวนหัวเราะนั่น ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะทุ้มหนาของเขาเปล่งออกจากกลางอก แฝงไว้ด้วยความเบิกบานดังก้องไปทั่วผืนป่า
“สหายน้อยเฟิ่ง คุยกับเจ้าช่างมีความสุขจริงๆ” นายท่านลู่ว่า รู้สึกเหมือนร่างกายรู้สึกผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย
“ฮี่ๆ” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ไม่ได้ตอบอะไร
สิ่งที่ทำให้เฟิ่งจิ่วนึกไม่ถึงก็คือ พวกเขาไม่ได้บอกเธอว่าเส้นทางนี้ใช้เวลานานเท่าใดจึงจะลงเขา