ปที่มือของชายคนนั้นที่ยื่นเข้ามา ได้ยินเพียงเสียงเพี๊ยะ จากนั้นเสียงซี๊ดปากของชายคนนั้นก็ดังตามมา
“ซี๊ด!”
ชายฉกรรจ์หดมือกลับโดยสัญชาตญาณ เบิกตากว้างจ้องเฟิ่งจิ่วอย่างเดือดดาล ครั้นยกมือขึ้นมาดู ก็เห็นหลังมือมีรอยแดงเส้นหนึ่ง จึงโมโห “เจ้าเด็กนี่กล้าตีข้าหรือ!” มือกำหมัดก็จะเหวี่ยงใส่เฟิ่งจิ่ว
“กำเริบนัก!”
นายท่านลู่ที่อยู่ด้านหนึ่งตวาดเสียงเข้ม ในน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยบารมีของผู้อยู่สูงกว่า ฟังจนชายฉกรรจ์สะท้านไปทั้งใจ เจ็บแปลบที่แก้วหู รีบหดมือกลับแล้วก้มหน้า ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
นายท่านลู่ตวัดสายตามอง ตำหนิสั่งสอนว่า “ยิ่งอยู่ยิ่งไร้กฎระเบียบแล้วจริงๆ! ยังไม่ถอยไปอีก!”
“ขอรับ” ชายฉกรรจ์คนนั้นถลึงตาจ้องเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง แล้วจึงค่อยก้มหน้าถอยออกไป
“สหายน้อยเฟิ่ง เจ้าอย่าถือสา พวกเขาทำไปเพราะเป็นห่วงสุขภาพของข้า” เขายิ้มบอก มองเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ด้วยสายตาลึกล้ำ ประหลาดใจที่เขาเฆี่ยนมือขององครักษ์ผู้ติดตามของเขาเมื่อครู่
เพราะความเร็วเช่นนั้น เรียกได้ว่าเร็วจนน่าเหลือเชื่อ