ือเพียงครึ่งตัว
“ให้เจ้า” นายท่านลู่ยื่นให้เขา เห็นเขาแกะห่อออก นำไก่ย่างไปเสียบกิ่งไม้แล้วนำไปย่างไว้เหนือไฟ จึงเอ่ย “ถ้าอย่างไรไม่เอาแล้วก็ได้กระมัง ให้พวกเขาย่างตัวใหม่ให้ รสชาติก็จะได้ดีกว่าหน่อย”
เฟิ่งจิ่วพลิกหมุนกิ่งไม้เสียบไก่ในมือ ตอบว่า “ไม่ต้องขอรับ ไม่ต้อง ข้ากินตัวนี้ก็พอแล้ว”
เห็นอย่างนั้น นายท่านลู่กลับไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่ พอไก่ย่างในมือเฟิ่งจิ่วถูกย่างจนร้อนแล้ว กลิ่นหอมพลันกระจายออกมา ทำเอาเขาอดกลืนน้ำลายไม่ได้ “ไก่ย่างของเจ้ากลิ่นหอมมากทีเดียว!”
“อาศัยอยู่ในเขาก็จำต้องมีฝีมือ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้กินของดีหรอกขอรับ” เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก หันมองนายท่านลู่ที่อยู่ข้างๆ เอ่ยว่า “นี่เป็นตัวที่ข้ากินแล้ว ข้าจะไม่แบ่งท่านก็แล้วกัน อีกเดี๋ยวข้ากินเสร็จแล้วจะช่วยย่างไก่ป่าตัวนั้นให้ท่าน!”
“ฮ่าๆๆ ดี” นายท่านลู่พยักหน้ารับ
ด้วยเหตุนั้น หลังจากเฟิ่งจิ่วกินเสร็จ ก็รับไก่ป่าที่ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วมาลงมือย่าง พอเธอจะโรยเครื่องเทศลงบนไก่ป่า ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็ตวาดถาม “เจ้าใส่อะไรลงไป!” จากนั้นก็ทำท่าจะเข้าไปแย่งขวดเครื่องเทศในมือเธอ
เฟิ่งจิ่วหรี่ตา มืออีกข้างที่ถือกิ่งไม้ไว้ตวัดไ