ยากทำนางจึงจะทำ ไม่เคยมีใครบังคับนางให้ทำอะไรได้ นางอยากจากไป เราไม่มีทางรั้งนางไว้ได้”
“พวกเราอยากรั้งนางไว้ไม่ใช่เพื่อจะทำร้ายนางเสียหน่อย” เจ้าเขาคนหนึ่งพูดขึ้น
มู่หรงอี้เซวียนยิ้มๆ เอ่ยเสียงอ่อนโยน “ฉะนั้นข้าถึงได้บอกว่าไม่มีประโยชน์อย่างไรเล่า หากนางอยากอยู่ต่อ นางย่อมอยู่ต่อเอง นางไม่อยากอยู่ แม้เราจะทำไปด้วยความหวังดี นางก็จะไม่อยู่ อีกอย่าง ถึงจะตามไปตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะหานางเจอ”
พวกเขารู้ความสามารถของเฟิ่งจิ่วน้อยเกินไป พวกเขาไม่รู้ว่าเฟิ่งจิ่วเป็นคนอย่างไร จึงได้พูดคำพูดอย่างนั้นออกมา
หากนางเป็นคนที่ยอมให้คนอื่นปกป้องโดยไม่มีความคิดเป็นของตนเอง นางก็คงไม่ใช่เฟิ่งจิ่วแล้ว
ได้ยินอย่างนั้น ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่ง ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะพูดอย่างไรดี สุดท้ายเจ้าสำนักถอนหายใจ “เช่นนั้นก็ปล่อยนางไปเถิด! แต่ข่าวนี้ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด ตั้งแต่ที่ข่าวลือเรื่องเฟิ่งซิงยึดครองโลกกระจายออกไป กลุ่มอำนาจใหญ่หลายกลุ่มก็เริ่มเคลื่อนไหว บ้างก็อยากสังหารนาง บ้างก็อยากดึงนางเข้าสำนักมาร แม้เราจะมีใจอยากป้องกัน แต่ดูท่าทางแล้ว สถานการณ์เหมือนจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราหวัง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ปล่อยนางไปก็แล้วกัน!”
“เจ้าสำนักวางใจเถิดขอรับ! นางไม่ใช่คนธรรมดา ไม่มีทางเดินเส้นทางธรรมดา ไม่จำเป็นต้องห่วงนาง” มู่หรงอี้เซวียนเอ่ยเสียงอ่อนโยน
เจ้าสำนักพยักหน้า โบกมือสั่งให้ทุกคนแยกย้าย ส่วนตนเองกับชายชราผู้ต