ึงจะปลอดภัย”
เธอหยุดพูดครู่หนึ่ง สายตาจับจ้องไปที่เจ้าสำนัก “อีกอย่าง หากต้องการแก้พิษ ข้ายังขาดยา”
ได้ยินอย่างนั้น เจ้าสำนักโล่งใจ เขาพูดอย่างนี้ แสดงว่าชีวิตของเซียนหยวนชิงรักษาไว้ได้แน่แล้ว จึงรีบเผยยิ้ม “ปัญหาเรื่องยาทิพย์ไม่จำเป็นต้องห่วง สำนักบุปผาเซียนของเรามี หากเจ้าขาดสิ่งใด ข้าย่อมให้คนมาส่งให้”
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วมองมู่หรงอี้เซวียน “มีกระดาษและพู่กันหรือไม่?”
“มี” เขาหยิบกระดาษและพู่กันชุดหนึ่งจากห้วงมิติมาวางบนโต๊ะตรงหน้าเธอ ไม่นานก็เห็นเธอเขียนรายการยาทิพย์ยี่สิบสามสิบชนิด จากนั้นก็ยื่นให้เจ้าสำนัก “ยาที่ข้าต้องการล้วนอยู่ในนี้ อายุของยาทิพย์ล้วนเขียนบอกไว้หมดแล้ว ต้องส่งมาตามที่กำหนดไว้เท่านั้น”
เจ้าสำนักรับไปอ่านดู ก็อดตะลึงไม่ได้ ยาที่เขียนไว้ในนั้นไม่ใช่ว่าจะล้ำค่ามากมายขนาดนั้น เพียงแต่ ล้วนต้องเป็นยาทิพย์ที่อายุห้าร้อยปีขึ้นไป ซ้ำยังมีหลายชนิดที่หาได้ยากมาก
ด้วยเหตุนี้ เขาเงยหน้ามองเด็กหนุ่มชุดแดง ถามว่า “ยาพวกนี้เจ้าต้องใช้เมื่อใด? จะใช้ต้มเป็นน้ำแกงยา? หรือกลั่นเป็นยาเม็ด? ต้องให้คนในสำนักเราช่วยหรือไม่?”
“ในสำนักของพวกท่านมีนักเล่นแร่แปรธาตุที่กลั่นยาล้ำค่าระดับหกได้หรือไม่?” เฟิ่งจิ่วถามด้วยน้ำเสียงแช่มช้า
เจ้าสำนักได้ยินก็อึ้ง ยาระดับหก ซ้ำยังต้องเป็นยาล้ำค่าอีกด้วย? จะเป็นไปได้อย่างไรกัน? ยาระดับหกนั้น ในสำนักของพวกเขามีนักเล่นแร่แปรธาตุที่ทำได้ แต่กลับ