้ว ไม่ได้แพร่กระจายไปทางเส้นชีพจรหัวใจอีกแล้ว รอยฝ่ามือสีดำม่วงกลางหน้าอกก็ดูเหมือนจะจางลงเล็กน้อยแล้ว อีกอย่างลมปราณก็เริ่มมั่นคงแล้ว ลมหายใจไม่ได้รวยรินเหมือนก่อนหน้านี้
ครั้นพวกเขาเห็นเด็กหนุ่มหยิบมีดและแหนบออกมา และกำลังจะจัดการกับแผลที่พวกเขาพันเรียบร้อยนานแล้ว ก็อดเอ่ยเตือนไม่ได้ “แผลนี้พวกข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว อาวุธลับที่อยู่ข้างในก็เอาออกมาแล้ว”
เฟิ่งจิ่วไม่สนใจสองคนนั้น พูดมากไปก็เปล่าประโยชน์ แผลตรงนี้แดงบวมและเริ่มร้อนจนกลายเป็นสีดำ แล้วยังบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว? เธอกลับไม่คิดอย่างนี้
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองเห็นเด็กหนุ่มชุดแดงกรีดเปิดแผล กำจัดเนื้อเน่าที่อยู่ข้างนอก จากนั้นก็เปิดปากแผลให้กว้างและลึกขึ้น กระทั่งเผยให้เห็นกระดูกข้างใน
ยามเห็นกระดูกสีดำที่อยู่ข้างใน สองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็สะท้านไปทั้งใจ มองหน้ากันอย่างเหลือเชื่อ ขยับปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ
พวกเขานึกว่าเอาอาวุธออกมาและจัดการเรียบร้อยแล้ว กลับนึกไม่ถึง พิษนั้นแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูกแล้ว…
ขณะที่พวกเขากำลังรู้สึกละอายใจต่อความเลินเล่อของตนเอง ก็เห็นเด็กหนุ่มใช้มีดขูดกระดูกครั้งแล้วครั้งเล่า เขาขูดเอาเศษผงสีดำออกมาได้มากมาย เสียงมีดขูดกระดูกที่ดังนั่น ทำเอาพวกเขาอกสั่นขวัญหาย
นี่กำลังกรีดเนื้อขูดกระดูกกันจริงๆ นี่! โชคดีที่เซียนหยวนชิงหมดสติไม่รับรู้อะไรนานแล้ว ไม่เช่นนั้น คงต้องทนทรมานต่อความเจ็บปวดแสนสาหั