สจากการถูกกรีดเนื้อขูดกระดูกอย่างนี้
มู่หรงอี้เซวียนยืนมองอยู่ด้านหนึ่ง เขาเองก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน เขารู้มาตลอดว่าเธอมีวิชาแพทย์อันยอดเยี่ยม กลับนึกไม่ถึงว่าจะยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้ ถึงขั้นที่ว่าเห็นแผลก็รู้ว่าพิษซึมเข้ากระดูกแล้ว แล้สยังกรีดเนื้อขูดกระดูกเช่นนี้อีก
การกระทำเช่นนี้ แม้แต่หมอที่เรียนมาหลายสิบปีก็ยัยงไม่กล้าทำ แต่เธอ ดวงหน้างามละเอียดยามนี้กลับมีแต่ความจริงจังและตั้งใจ เธอที่เป็นอย่างนี้ ทำให้เขาได้เปิดโลกทัศน์ใหม่อีกครั้ง
ที่แท้ นางก็มีด้านนี้อยู่ด้วย…
จนกระทั่ง พิษที่กระดูกถูกขูดออกไปจนหมดแล้ว ขณะที่ผู้ช่วยสองคนที่อยู่ข้างๆ เพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก็ต้องกลั้นหายใจอีกครั้ง เพราะเด็กหนุ่มชุดแดงโรยยาใส่แผลเสร็จแล้ว กลับหยิบเข็มออกมา ซ้ำยังเป็นเข็มที่สอดเส้นไหมไว้แล้วด้วย เขาเย็บแผลที่ตนเองกรีดเปิดโดยใช้เข็มเล่มนั้น…
มองดูเด็กหนุ่มชุดแดงกำลังเย็บแผลอย่างตั้งใจและจริงจัง ทั้งสองเหงื่อแตกทั้งตัว ขะ เขาเห็นเนื้อหนังของเซียนหยวนชิงเป็นเศษผ้าหรืออย่างไร? เนื้อหนังของคนจะใช้เข็มเย็บอย่างนี้ได้เช่นไร? นะ นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว…
เฟิ่งจิ่วที่เย็บแผลเสร็จแล้วเงยหน้าเห็นสองคนนั้นยืนมองตนเองด้วยความตะลึง จึงสั่ง “มัวยืนทำอะไรอยู่? พวกเจ้าไม่ใช่หมอกับนักเล่นแร่แปรธาตุหรือ? ไปต้มน้ำแกงยาบำรุงเลือดขับพิษมา ยาพิษในร่างกายของเขายังขับออกไม่หมด แผลที่ข้อมือก็ยังห่อไม่ได้ ต้องเป