สีหลิ่นจึงปลอบว่า “ท่านปู่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง พวกหงส์ไฟกับเหล่าไป๋ล้วนอยู่กับเสี่ยวจิ่ว ไม่เป็นไรหรอกขอรับ นางดูแลตนเองได้”
“อืม” เฟิ่งซานหยวนพยักหน้า ก่อนหันไปทางเซวียนหยวนโม่เจ๋อ “อีกสองสามวันข้าอยากเดินทางกลับแล้ว”
“ได้” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า “เฟิ่งจิ่วเตรียมคนไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาให้พวกเขาคุ้มกันพวกท่านกลับไป หากต้องการอะไร ก็บอกข้าได้”
พอเฟิ่งจิ่วกับมู่หรงอี้เซวียนไป พวกเขาที่อยู่ทางนี้ก็เริ่มเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องที่จะทำหลังจากนี้…
ขณะเดียวกัน ในตลาดมืดแห่งแปดจักวรรดิใหญ่ นายแห่งตลาดมืดที่เฟิ่งกลับมาถึงได้ยินเรื่องของเฟิ่งจิ่ว ก็อดส่ายหน้าหัวเราะไม่ได้ “นึกไม่ถึงว่าเวลาสั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งปีจะเกิดเรื่องขึ้นมากมายขนาดนี้ นางช่างอดทนได้ดีนัก”
ชายชราผู้หนึ่งยิ้มแล้วกล่าวว่า “ใช่ขอรับ! ภูตหมอผู้นี้ทำอะไรมักเหนือความคาดหมายเสมอ ตอนนั้นนางมาขอพบนายท่าน แต่นายท่านยังไม่กลับมา นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องด้วย”
“อ้อ? นางเคยมาด้วยหรือ? ช่างไม่บังเอิญเลยจริงๆ ข้าเองก็อยากพบตัวจริงนางสักครั้ง เพียงเสียดาย ทุกอย่างล้วนไม่มีโอกาส” นายแห่งตลาดมืดหัวเราะเบาๆ แล้วถามอีกว่า “ยังมีเรื่องอะไรอีกเรื่องงั้นหรือ?”
ชายชราเหล่มองเขาแวบหนึ่ง แล้วรายงานว่า “เป็นตอนที่ราชวงศ์เฟิ่งหวงล่มสลาย มีคนมากมายคิดว่าภูตหมอหมดท่าแล้ว แม้แต่ตลาดมืดสาขาย่อยของเราก็ยังมีคนคิดเช่นนี้ มีครั้งหนึ่งภูตหมอถือป้ายคำสั่งตลาดมื